เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พระภิกษุเครายาวสีเงิน
วันที่ 17 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามเกี่ยวกับ พระพรชัย พุทธสาโร เจ้าสำนักสงฆ์น้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ที่มีเครายาว และมัดได้ แต่เคราขาดไป 3 ครั้งแล้วเพราะผุและฉีกขาด พระพรชัยไม่ยอมตัดอ้างว่าถือสัจจะที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยรักษา บอกว่าเคยตัดแล้วทำให้ป่วย รักชีวิตจึงสาบานว่าจะไม่ยอมโกนทิ้งเด็ดขาด แม้คณะสงฆ์มาบอกก็จะไม่โกน และบอกว่าได้เจริญภาวนาปกติ แต่ไม่ได้ออกบิณฑบาตรมาหลายปี พระภิกษุรูปนี้ชาวบ้านบอกว่ามีญาติโยมไปสะเดาะเคราะห์เพราะมีความศรัทธา เชื่อว่าทำให้หายจากโรคภัย ยังกราบไหว้ด้วยความเคารพให้ฉายาพระรูปนี้ว่าหลวงปู่เคราเงิน
ผู้สื่อข่าวได้ไปที่ สำนักสงฆ์น้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ แต่ไม่พบพระพรชัย จึงได้สอบถามไปยัง นางวิมลพรรณ พงษ์ภา นักวิชาการศาสนา ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ว่าทางสำนักฯได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่อวนี้อย่างไร
นางวิมลพรรณ พงษ์ภา กล่าวว่า ทางเจ้าคณะจังหวัดทราบเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านพระครูศรีมงคลปริยัติกิจ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพระพรชัยพุทธสาโร ไว้เครายาว โดยในหนังสือได้บอกว่าเนื่องจากว่ามีภาพข่าวในสื่อออนไลน์หลายสำนักในงานวันครบรอบวันละสังขารของพระเถระรูปหนึ่งในเขตอำเภอน้ำเกลี้ยง มีภาพพระภิกษุรูปหนึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากพระสงฆ์ มีเครายาวถึงตัก เป็นศรีเงินมัดม้วนกันยาวลงมาไว้เครายาว มาประกอบศาสนพิธีกิจของสงฆ์ตามปกติเช่นเดียวกับ พระสงฆ์ทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป เกิดความไม่งดงามในหมู่สงฆ์ บั่นทอนความมั่นคงทางศาสนา จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สรุปข้อเท็จจริงและทำบันทึกรายงานเสนอให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
ทั้งนี้เป็นการตรวจสอบเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นประการใด หากการกระทำดังกล่าวเป็นความจริง จะเป็นความผิดตามพระธรรมวินัยหรือไม่ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 15 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541 )ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่2พ.ศ. 2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 13 รูป โดยมีพระครูศรีมงคลปริยัติกิจ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธานกรรมการ
นางวิมลพรรณ พงษ์ภา รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า ทางท่านเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษและกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งได้ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง โดยเดินทางไปที่สำนักสงฆ์น้ำย้อย ต.บักดอง อำเภอขุนหาญ เมื่อไปถึงก็ไม่พบพระรูปนี้แต่อย่างใด ไม่ทราบว่าหลบไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ซึ่งทางเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษก็จะได้ดำเนินการต่อไปอย่างละมุนละม่อม เพราะเรื่องนี้ พระพรชัยก็ไม่ได้ทำผิดวินัยร้ายแรงที่จะให้ลาสิกขา จึงทำอะไรไม่ได้ทันที แต่จะรีบติดตามต่อไป เพื่อไม่ให้บั่นทอนความมั่นคงทางพระศาสนา