องค์กรสตรี จี้ผู้สมัครเลือกตั้ง ย้ำนโยบายปกป้องผู้หญิงผ่านวันสตรีสากล

ภูมิภาค6 มี.ค. 2562 • 07:55 น.
องค์กรสตรี จี้ผู้สมัครเลือกตั้ง ย้ำนโยบายปกป้องผู้หญิงผ่านวันสตรีสากล
6มี.ค.2562 นางสาวอังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า วันนี้ภาครัฐ เอกชนกำลังโหมจัดงานเนื่องในวันสตรีสากล คงจะช่วยกันวิเคราะห์มองเห็นจุดอ่อนของปัญหาต่างๆ และนำมาหาทางออกที่ตรงจุดมากขึ้น และช่วงนี้มีการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก กำลังมีรัฐบาลใหม่ แต่ยังไม่เห็นนโยบายปกป้องผู้หญิงที่ชัดเจน จากผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเข้าใจได้ว่า ปัญหาปากท้องความยากจน และเศรษฐกิจสำคัญ แต่ หวังว่าช่วงโค้งสุดท้ายนี้จะมีพรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลใหม่พูดถึงนโยบายผู้หญิงมากกว่านี้ “วันสตรีสากลมีมานานกว่า30ปี หลายสิ่งที่ผู้หญิงต้องเผชิญ หรือการมีส่วนร่วมในบทบาทต่างๆ ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร อีกทั้งยังมีปัญหาที่ยังน่าห่วง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ การตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ปัญหาการทำแท้ง สุขภาพที่เผชิญอีกมากมาย และการถูกแย่งชิงทรัพยากรจากรัฐ และทุน ซึ่งกฎหมาย และกลไกที่ช่วยเหลือ คุ้มครองผู้หญิงยังขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถช่วยเหลือผู้หญิงได้จริง เพราะผู้ใช้กฎหมายมีอคติทางเพศ มองว่าปัญหาเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และนำไปสู่การประนีประนอมยอมความ หรือกลไกในการป้องกัน เฝ้าระวังยังไม่เชื่อมโยง หน่วยงานรัฐยังต่างคนต่างทำ” นางสาวอังคณา กล่าว หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศฯ กล่าวด้วยว่า สถิติปัญหาผู้หญิงที่ถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัวสูงขึ้นหลายเท่าตัว จากข้อมูลที่มูลนิธิฯเก็บจากข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ปี59 พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวที่สามีกระทำต่อภรรยาสูงถึง72% คู่รักแบบแฟน65% พ่อกระทำต่อลูก36% พี่น้องกระทำต่อกัน21% นอกจากนี้ในปี60ยังพบข่าวข่มขืนสูงถึง48.3% และยิ่งมายาคติแบบชายเป็นใหญ่ถูกตอกย้ำ ผ่านการบ่มเพาะในครอบครัว ระบบการศึกษา สื่อมวลชน ละคร ทำให้คนในสังคมมองปัญหาผู้หญิง เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ยื่นมือไปช่วย หรือปล่อยให้ผู้หญิงเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เช่น ถูกข่มขืนเพราะเดินที่เปลี่ยว หรือแต่งตัวโป๊ ขณะเดียวกันการรณรงค์เรื่องการเปลี่ยนแปลงทัศนคติแบบชายเป็นใหญ่ ทำไม่ต่อเนื่อง ยิ่งมีปัจจัยกระตุ้นจากอบายมุข เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด การพนัน ทำให้ปัญหาลุกลาม อีกทั้งระบบทุนที่ผูกขาดไม่จะเป็นอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามามีบทบาทลงทุนจากการสนันสนุนของภาครัฐ ทำให้สร้างผลกระทบต่อต่อระบบสุขภาพ ความมั่งคงทางอาหาร เจ็บป่วยจากโรคต่างๆที่มาจากสารเคมี และถูกแย่งชิงทรัพยากร ประชาชนยากจนลงและต้องมารับจ้างในเมือง หรือถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ หรือค้ามนุษย์มากขึ้น และยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์ ธุรกิจน้ำเมาจัดอีเว้นท์เน้นใช้เนื้อตัวร่างกายผู้หญิงมาจัดแคมเปญต่างๆ มุ่งทำการตลาดเน้นที่ผู้หญิง ซึ่งทั่วโลกกำลังตื่นตัวในเรื่องนี้รณรงค์ไม่เห็นด้วยกับการที่บริษัทแอลกอฮอล์มุ่งโฆษณาตรงหรือแฝงเจาะตลาดสตรี โดยขอให้แชร์ตัวอย่างว่าธุรกิจแอลกอฮอล์เจาะตลาดสตรีอย่างไร ภายใต้ #dontpinkmydrink อยากให้คนไทยช่วยกันสนับสนุนแคมเปญนี้กัน