จี้ มท. เร่งจัดการพูลวิลล่าเข้าข่ายโรงแรมเถื่อนเกลื่อนหัวหิน –ชะอำ แหล่งมั่วสุมแพร่เชื้อโควิด

ภูมิภาค19 ก.ค. 2564 • 12:17 น.โดย พิสิษฐ์ รื่นเกษม
จี้ มท. เร่งจัดการพูลวิลล่าเข้าข่ายโรงแรมเถื่อนเกลื่อนหัวหิน –ชะอำ แหล่งมั่วสุมแพร่เชื้อโควิด
วันที่ 19 ก.ค.64 นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การประกอบกิจการของโรงแรมเถื่อนจะสิ้นสุดระยะเวลาการคุ้มครองจากคำสั่ง คสช.ที่ 6 /2564 ในวันที่ 19 สิงหาคม 2564 จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งจัดการที่พักรายวันผิดกฎหมาย สำหรับที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม มีไม่เกิน 4 ห้องหรือพักได้ครั้งละไม่เกิน 20 คน ควรแก้ไขเรื่องของการควบคุมดูแลในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และผลกระทบกับชุมชนรอบข้าง ความปลอดภัยด้านสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าของที่พักต้องได้รับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา หากไม่สามารถควบคุมผู้เข้าพักโดนปล่อยให้มีเหตุรำคาญกระทบชุมชน นายอุดม กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ อ.หัวหิน และ อ.ชะอำ หลายครั้ง เพื่อควบคุมโรงแรมและที่พักรายวันเถื่อน ช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่ายังมีมาตรา 44 จากคำสั่ง คสช. ไม่สามารถจัดการได้ ทำให้มีโรงแรมเถื่อนจำนวนมาก โดยไม่มีระบบป้องกันด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงปลอดภัยของอาคารสิ่งปลูกสร้าง การดูแลผลกระทบจากเหตุรำคาญ ปัญหาการควบคุมและลงทะเบียนผู้เข้าพักทั้งคนไทยและต่างชาติ คาดว่าหลังจากวันที่ 19 สิงหาคม 2564 หากฝ่ายปกครองอำเภอไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 เจ้าหน้าที่จะมีความเสี่ยงจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 “ หลายปีก่อนอ.หัวหิน มีปัญหาความมั่นคงจากผู้ก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิด เข้ามาเข้าพักในโรงแรมเถื่อนบางแห่ง เพราะทราบว่าที่พักเหล่านี้ไม่บันทึกรายชื่อผู้เข้าพัก ส่งให้ ตม,และฝ่ายปกครอง ทำให้ปัจจุบันโรงแรมเถื่อนประเภทพูลวิลล่าจึงเป็นแหล่งมั่วสุมของการจัดปาร์ตี้ มั่วยาเสพติด เจ้าของสถานที่ไม่รับผิดชอบ บางรายสมรู้ร่วมคิดใช้ช่องว่างของกฏหมายทำสัญญาเช่าบ้าน โดยให้บุคคลอื่นข้ามาเช่าสถานที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะไปเช่าบ้านพักอาจจะมากกว่า 10 แห่ง เพื่อปล่อยขายห้องพักรายวันบนสื่อออนไลน์ แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ” นายอุดม กล่าว