เกษตรกรบุรีรัมย์อาชีพปลูกผักขายเกือบทั้งหมู่บ้านลงทุนเจาะบ่อบาดาลหล่อเลี้ยงพืชผักหลังอ่างห้วยตลาดแห้งขอด
วันที่่ 11 มี.ค.62 ภัยแล้งขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกษตรกรบ้านโคกตาล ม.4 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่มีอาชีพปลูกผักขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวหลังฤดูทำนา เกือบทั้งหมู่บ้านประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดที่เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับใช้ผลิตประปา และทำการเกษตร แห้งขอดในรอบ 30 ปี จนไม่สามารถสูบขึ้นมาหล่อเลี้ยงพืชผักได้ ทำให้เกษตรกรต้องยอมลงทุนควักกระเป๋าเพื่อขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อดึงน้ำใต้ดินมารดหล่อเลี้ยงพืชผักไม่ให้แห้งตายเสียหาย เฉลี่ยครัวเรือนละกว่า 10,000 หมื่นบาท แต่บางรายลงทุนขุดเจาะบ่อบาดาลไปแล้วก็ยังประสบปัญหาน้ำบาดาลไหลบ้างไม่ไหลบ้าง คาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพความแห้งแล้ง ทำให้น้ำไม่เพียงพอรดหล่อเลี้ยงพืชผักได้เต็มที่ ส่งผลให้พืชผักหลายชนิดที่ปลูกไว้เหี่ยว ผลผลิตไม่สมบูรณ์ แคระแกรน หงิกงอ ส่งขายตลาดก็ได้ราคาต่ำ จากปกติจะมีรายได้จากการปลูกผักขายช่วงหลังฤดูทำนาเฉลี่ยวันละ 500 – 600 บาท ปัจจุบันเหลือวันละประมาณ 200 บาทเท่านั้น
นางทองสุข ชัยศรีรัมย์ และนางสุดใจ สุทธิ เกษตรกรบ้านโคกตาล บอกตรงกันว่า ปีนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดแห้งที่สุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้เกษตรกรในหมู่บ้านที่มีอาชีพปลูกผักขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว ได้รับผลกระทบไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักเริ่มมีสภาพเหี่ยวเฉาบางส่วนก็แห้งตาย จึงลงทุนควักกระเป๋าขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงพืชผักไม่ให้แห้งตาย แต่ก็ยังประสบปัญหาซ้ำอีก เพราะน้ำบาดาลไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ทำให้น้ำที่จะนำมารดหล่อเลี้ยงพืชผักได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้สภาพความแห้งแล้งและอากาศที่ร้อนจัดยังส่งผลให้พืชผักไม่สมบูรณ์ แคระแกรน จากผลกระทบดังกล่าวก็อยากให้ภาครัฐเข้ามาสำรวจ เพื่อทำการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ผลิตประปา ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และเกษตรกรอย่างยั่งยืนด้วย