สู้ภัยโควิด! เรือนจำเปิด"โคกหนองนาโมเดล"สร้างอาชีพเกษตรพอเพียง

ภูมิภาค29 พ.ย. 2563 • 20:47 น.
สู้ภัยโควิด! เรือนจำเปิด"โคกหนองนาโมเดล"สร้างอาชีพเกษตรพอเพียง
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ที่เรือนจำกลางนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ เรือนจำกลางนครพนม ครั้ง ที่ 2 ภายใต้ชื่อโคกหนองนาโมเดล เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ ผู้ต้องขัง รวมถึง ประชาชน ในพื้นที่ ได้ ศึกษาเกี่ยวกับอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง อาชีพเกษตรพอเพียงสร้างรายได้ โดยได้มีการพัฒนาพื้นที่เรือนจำกลางนครพนม เป็นจุดจำหน่ายสินค้าจากฝีมือผู้ต้องขัง รวมถึงสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อ ของ จ.นครพนม อีกทั้ง จำหน่ายสินค้าการเกษตร นอกจากนี้ยังได้มีการปรับพื้นที่ทำแปลงเกษตรสาธิต ทำนาข้าว รวมถึงปลูกพืชผักการเกษตร โดยให้ผู้ต้องขัง ได้เรียนรู้ฝึกอาชีพจริง ให้ประชาชนที่สนใจได้มาศึกษาเยี่ยมชม และนำไปขยายผลยังชุมชน เป็นการสร้างงาน สร่างรายได้ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างอาชีพให้ผู้ต้องขัง มีความมั่นคง สามารถนำไปสร้างอาชีพเลี้ยงตนเอง และครอบครัว หลังพ้นโทษ แก้ปัญหาว่างงาน ทำให้หันมาทำผิดซ้ำอีก ในครั้งนี้มี นายจรูญ เหง่าลา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม นำข้าราชการจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำชุมชนท้องถิ่น และผู้ต้องขัง ร่วมการเปิดงาน สำหรับกิจกรรมในงาน จะมีการเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าฝีมือผู้ต้องขัง รวมถึงสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อ สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน ของ จ.นครพนม รวมถึง การเปิดบูธการส่งเสริมอาชีพ ของกลุ่มฝีมือแรงงาน และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเยี่ยมชม อีกทั้งยังได้ร่วมกันเก็บเกี่ยวผลผลิต ลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงสาธิต โดยเรือนจำกลางนครพนม ได้สร้างศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดล ส่งเสริมอาชีพการเกษตรพอเพียง เน้นลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ รวมถึงศูนย์ฝึกอาชีพ จำหน่ายสินค้า แบบครบวงจร ให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ อาทิ การทำนาปลูกข้าว ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์การเกษตร บริการล้างรถ บริการ ซักรีดผ้า จำหน่ายอาหาร และบริการนวดแผนโบราณ เป็นเรือนจำต้นแบบ ให้ชาวบ้านได้มาศึกษาเยี่ยมชม ได้ทุกวัน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งเสริมอาชีพเกษตรพอเพียง รวมถึงอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ ขอชื่นชมเรือนจำกลางนครพนม ให้ความสำคัญในการ ส่งเสริมสนับสนุนอาชีพแก่ผู้ต้องขัง รวมถึง ประชาชนที่สนใจ ได้มาศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรพอเพียง การทำไร่ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ถือเป็นอาชีพที่จะสร้างรายได้ยั่งยืน ทำให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษสามารถดูแลตัวเอง และครอบครัวได้หลังพ้นโทษ ตนเชื่อว่า ในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ประเทศไทย สามารถรอดพ้นปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ ส่วนหนึ่ง เพราะ มีอาชีพเกษตรพอเพียง ที่สามารถสร้างรายได้ รวมถึงลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ จึงเป็นนโยบายสำคัญที่ จ.นครพนม จะต้องส่งเสริมสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรพอเพียง รวมถึงอาชีพภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้มีศักยภาพในการผลิตมากขึ้น