ตำรวจโคราชรวบสาวสุดแสบอ้างเป็นหมอ ตุ๋นร้านธงฟ้าประชารัฐสั่งของและฝากโอนเงิน
วันที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น.ที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พร้อม พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.วิทวัส แสงสว่างสถิต ผกก.สภ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผกก.สืบสวน ภ.จ.นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมแถลงผลการจับกุมนางสาวบุสราภรณ์ หรือเดียร์ แก้วศรีนวล อายุ 26 ปี ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้วที่ 3/2565 ลงวันที่ 12 มกราคม 2565 ฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” พร้อมของกลางอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารที่ใช้กระทำผิด ประกอบด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ บัตรธงฟ้าประชารัฐและเอกสารอื่นๆ
พล.ต.ต พรชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายสินค้าหลายรายได้รวมตัวกันมาเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษและโพสต์ในสื่อโซเชียล ว่า มีบุคคลได้โทรศัพท์แอบอ้างเป็นหมอหรือเป็นพยาบาลสังกัดโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลอกซื้อสินค้าและโอนเงิน ซึ่งมีร้านค้าหลงเชื่อหลายรายและล่าสุดมีผู้เสียหายถูกประกอบเหตุมูลค่าเสียหาย 40,000 บาท มาแจ้งความที่ สภ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา
เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทราบ น.ส.บุสราภรณ์ ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และได้ทำการจับกุมตัว น.ส.บุสราภรณ์ บริเวณหมู่บ้านเคหะสามเรือน ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง เลือกเป้าหมายที่จะทำการหลอกลวงเน้นร้านค้าที่เข้าโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” ซึ่งมีบริการรับฝากโอนเงิน โดยหาข้อมูลเป้าหมายจาก google จากนั้นทำทีเป็นหมอหรือพยาบาลของสถานพยาบาลใกล้เคียง โดยวางกลอุบายแนะนำตัวและแจ้งโรงพยาบาลจะซื้อสินค้าจากร้านและให้มาส่งที่สถานพยาบาล อาศัยความหน้าเชื่อถือในหน้าที่การงานรวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ค่าดำเนินการ 3-30 % แล้วแต่สถานการณ์
พร้อมกันนี้ยังได้ฝากให้โอนเงินให้คนรู้จักด้วย โดยให้ร้านค้ามารับเงินสดค่าสินค้าที่สั่งพร้อมกับเงินที่ฝากโอนในคราวเดียวกัน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ยังพบหมายจับ น.ส.บุสราภรณ์ฯ อีก 3 หมายจับ ของ สภ.เขาพังไกร จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 2 หมายจับ และ สภ.งาว จ.ลำปาง 1 หมายจับ ทั้งนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้ถูกหลอกให้โอนเฉลี่ยรายละประมาณ 20,000-40,000 บาท แต่ยังไม่ได้มาแจ้งความ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา