แผนกู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มล่าช้าออกไปอีก 2 สัปดาห์ เหตุอุปสรรคจากคลื่นลมแรง

ภูมิภาค27 ม.ค. 2566 • 05:36 น.โดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
แผนกู้เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มล่าช้าออกไปอีก 2 สัปดาห์ เหตุอุปสรรคจากคลื่นลมแรง

จากกรณีเรือภัทรพัณณ์ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ มีขนาด 2,037 ตันกรอส ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนกันทราย ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ภายในเรือไม่มีน้ำมันปาล์ม สาเหตุมาจากสมอเรือขาดจากสภาพคลื่นลมแรงในทะเล

ล่าสุดวันที่  27 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ได้ติดตามแผนการกู้เรือลำนี้ พบว่า บริเวณที่เรือภัทรพัณณ์เข้ามาเกยตื้น คลื่นลมบริเวณชายฝั่งมีกำลังแรงพัดเช้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา เรือถูกคลื่นซัดติดอยู่ริมชายหาดและมีหาดทรายเพิ่มขึ้นมาติดลำเรือฝังในทรายริมชายหาดประมาณ 3 เมตร ตัวเรือยังอยู่ในสภาพดี ตั้งตรงไม่เอียง และมีลูกเรือประจำอยู่บนเรือ จำนวน 11 คน เรือภัทรพัณณ์ มาเกยตื้นบริเวณชายหาดปลายแหลมสนอ่อน ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2565 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 40 วัน

ในขณะนี้ ได้เตรียมรถแม๊คโฮร์ที่กำลังทยอยกันมาเพื่อจะมาช่วยกันขุดทรายที่เพิ่มเป็นชายหาดข้างลำเรือออกก่อน เพื่อให้น้ำทะเลเข้ามาแทนที่ทรายโดยขุดทรายข้างลำเรือที่ติดชายหาดออกเป็นวงกว้าง ลึกเท่าระดับทรายที่ฝังใต้ท้องเรือ โดยเฉพาะด้านท้ายเรือที่มีใบจักรและหางเสือ คาดว่าเมื่อคลื่นลมในทะเลกลับสู่สภาวะปรกติก็จะดำเนินการได้ทันที  โดยว่าจ้างบริษัทที่มีความชำนาญในการกู้เรือ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เคยมากู้เรืออรพิน 4 ลากจูงออกจากชายหาดแห่งนี้มาแล้ว

สำหรับแผนการกู้เรือภัทรพัณณ์ เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มลำนี้โดยการลากออกจากชายหาด คาดว่า จะเริ่มดำเนินได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 นี้และจะใช้ระยะเวลากี่วัน ที่จะสามารถลากเรือออกจากชายหาดได้ ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมในทะเลด้วย หากคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยบริเวณชายฝั่งสงขลาเข้าสู่สภาวะปรกติและไม่มีอุปสรรคในการกู้เรือ ก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 วัน เนื่องจากบริษัทที่มากู้เรือมีความชำนาญในการกู้เรือบริเวณนี้มาแล้ว

โดยแผนการกู้เรือภัทรพัณณ์ ตามแผนงานที่วางไว้ จะใช้แผนเดียวกับที่เคยใช้กู้เรืออรพิน 4 เมื่อปี 2557 เนื่องเป็นบริเวณเดียวกัน โดยจะใช้เรือดูดทรายทำการดูดทรายที่บริเวณน้ำลึกที่ประมาณ 4 เมตร ทำร่องน้ำเข้าไปหาตัวเรือที่เกยตื้นชายหาด ให้มีความลึกตลอดร่องน้ำที่ 4 เมตร มีความยาว 500 เมตร และมีความกว้างร่องน้ำ 18 เมตร เพื่อเป็นร่องสำหรับนำเรือออก หลังจากนั้นใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน พร้อมทั้งเรือบาสแบ็กโฮ 2 ลำ ทำการขุดรอบเรือที่เกยชายหาด จนกระทั่งให้มีน้ำเลี้ยงโดยรอบเรือ และให้เรือลอยขึ้นด้วยตัวเอง

ซึ่งเมื่อเรือลอยแล้ว ก็นำเชือกมาผูกกับหัวเรือภัทรพัณณ์ ให้เรือทั้ง 2 ลำ ทำการลาก เพื่อหมุนหัวเรือออกสู่ทะเล ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงใช้เรือบาสแบ็กโฮ 2 ลำ ช่วยทำการขุดรอบๆ ตัวเรือ จนกระทั่งหัวเรือหมุนออกสู่ทะเล และเข้าไปในร่องน้ำที่ทำการขุดไว้ด้วยเรือขุดหัวสว่าน แล้วให้เรือทั้ง 2 ลำ ลากเรือออกสู่น้ำลึก และทิ้งสมอในจุดที่ปลอดภัยต่อไป หลังจากนั้นจะมีนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบเช็กสภาพใต้ท้องเรือว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ สำหรับร่องน้ำที่ขุดนำเรือออกก็จะทำการปรับพื้นทรายให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมทันที โดยใช้เวลาตามแผนงานที่กำหนดไว้ประมาณ 10-15 วัน อันนี้ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมในทะเลด้วย