ผวจ.ศรีสะเกษนำคณะถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ภูมิภาค11 ก.ค. 2565 • 10:41 น.
ผวจ.ศรีสะเกษนำคณะถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ผวจ.ศรีสะเกษนำคณะถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี พ.ศ.2565    
วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 เวลา 09.00 น.      ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ


 

    นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี พ.ศ.2565    โดยมี นายเชิดพันธุ์ อุปนิสากร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด นายธรรมสรณ์ ปทุมมาศ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกันทรลักษ์ นายสุนทร จันทร์ฉิ้น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด นายสำรวย เกษกุล นายนพ พงศ์ผลาดิสัย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด อัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด(ท) รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด ภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า คหบดี จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 และประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธี
         

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า พิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี พ.ศ.2565   เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม  สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญตลอดรัชกาลของพระองค์ ทั้งด้านการทหาร วรรณคดี และการทูต ทรงสร้างความรุ่งเรือง และความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยา อีกทั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ครองราชย์สมบัติเป็นเวลา 32 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 มีพระชนมายุ 56 พรรษา   พระองค์เน้นการกระชับความสัมพันธ์กับต่างประเทศด้วยวิธีทางการทูต เป็นผลให้เกิดการถ่ายเทอารยธรรม ยังความเจริญในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การค้า และสถาปัตยกรรมแก่สยามประเทศ   
​​​​​​​ ​​​​​​​