ขรก.สาวแจ้งจับนายกอบต. บีบคอ-จับทุ่ม คาดเพราะไม่ยอมเซ็นตรวจรับงาน

ภูมิภาค12 ก.ย. 2563 • 16:09 น.
ขรก.สาวแจ้งจับนายกอบต. บีบคอ-จับทุ่ม คาดเพราะไม่ยอมเซ็นตรวจรับงาน
ขรก.สาวแจ้งจับนายกอบต. บีบคอ-จับทุ่ม คาดเพราะไม่ยอมเซ็นตรวจรับงาน วันที่ 12 กันยายน 2563 ที่ สภ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.วิจิตร โพธิ์สิทธิพันธุ์ ทนายความได้พา น.ส.นันทวดี อรรคบุตร อายุ 39 ปี นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ กองสวัสดิการสังคม อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษไปแจ้งความที่ สภ.ราษีไศล โดยมี ร.ต.อ.ปรีชา นาคาแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ราษีไศล เป็นผู้รับแจ้งซึ่งบอกว่าถูก นายก อบต.แห่งหนึ่ง ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามลำตัว น.ส.นันทวดี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ได้ไปธนาคารเพื่อเบิกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาจ่ายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อกลับจากธนาคารกำลังจะเดินขึ้นบันไดสำนักงาน นายก อบต.เห็น ก็เดินเข้ามาหาและพูดว่า “มึงจะเอาอะไรกับกู” จากนั้นก็ใช้มือที่กำพวงกุญแจอยู่ บีบคอแล้วลากลงมาจากบันได แล้วทุ่มลงกับพื้น และยังพยายามจะเข้ามาทำร้ายอีก แต่ ผอ.กองคลัง กับเจ้าหน้าที่อบต.ชายหลายคนได้เข้ามาห้าม และดึงตัวนายก อบต.ออกไป โดยปลัดอบต.ก็ให้ตนกลับบ้านไปก่อน เมื่อวานไปหาหมอเพราะ พบว่ามีรอยครูดที่คอและเข่าทั้ง 2 ข้าง แขนมีรอยเขียวช้ำ กระดูกเท้านิ้วก้อยข้างขวาร้าว ซึ่งน.ส.นันทวดี ให้การว่า สาเหตุที่ถูกทำร้าย คาดว่ามาจากเรื่องที่ตนซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานตรวจรับงานก่อสร้าง พร้อมกรรมการ 3 คน ไม่ยอมลงนามตรวจรับงานจ้างเหมาทำถนน ระยะทาง 800 เมตร งบประมาณในการก่อสร้างล้านกว่าบาท ที่ครบกำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน มิ.ย.63 ที่ผ่านมา เนื่องจากตรวจพบว่า การก่อสร้างถนนไม่เป็นไปตามแบบรายการสัญญา เช่น เหล็กกับหินไม่เป็นไปตามแบบ เรื่องนี้มีการร้องเรียนไปยัง สตง.จ.ศรีสะเกษ ปปช.ศรีสะเกษ ปปท.ภาค 3 กอ.รมน.ศรีสะเกษ ให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมทางหลวง ก็มาเจาะถนนเอาลูกปูนไปตรวจสอบก็พบว่าไม่เป็นไปตามแบบเช่นกัน ทำให้มีการดำเนินการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ด้าน ร.ต.อ.ปรีชา รองสว.(สอบสวน) สภ.ราษีไศล เจ้าของคดี กล่าวว่า ได้รับแจ้งความแล้วจะส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่ รพ.ราษีไศล เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรบาดแผล จากนั้นจะเชิญพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาต่อไป ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์ แก้วจันดี ผกก.สภ.ราษีไศล ได้กำชับว่า ให้ตนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย