อำเภอนางรองรุดตรวจสอบช่วยเหลือเยาวชน​ วัย 15 ถูกลุงเขยข่มขืน​ นาน 3 ปี​ จนตั้งท้อง​ กลัวความผิดเผ่นหนี 

ภูมิภาค1 มี.ค. 2566 • 21:13 น.
อำเภอนางรองรุดตรวจสอบช่วยเหลือเยาวชน​ วัย 15 ถูกลุงเขยข่มขืน​ นาน 3 ปี​ จนตั้งท้อง​ กลัวความผิดเผ่นหนี 

 

ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนางรอง  จ.บุรีรัมย์  รุดตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังมีคนร้องเรียน เยาวชนหญิงวัย 15 ถูกลุงเขยข่มขืนนาน 3 ปีแต่เรื่องแดงเพราะตั้งท้อง ญาติพาไปทำแท้งเพราะกลัวเลี้ยงไม่ได้   ล่าสุดลุงเขยหื่นเผ่นหนีแล้ว  ขณะญาติโวยสื่อและ จนท.ไม่ต้องยุ่งเป็นเรื่องในครอบครัวเดี๋ยวจัดการเอง  อำเภอเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ 

  วันนี้ (1  มี.ค.66)  นางสาวเพชรรัตน์    ภูมาศ   นายอำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์   ได้มอบหมายให้นายจักร์กฤษ   ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง  หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนางรอง   ว่า​ มีเยาวชนหญิง​ วัย 15 ปี อาศัยในชุมชนแห่งหนึ่ง​ ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง   ถูกลุงเขย​ อายุประมาณ 60 ปี ข่มขืนกระทำชำเรามาตั้งแต่เรียนชั้น ป.6 จนอายุ 15 นานกว่า 3 ปี  กระทั่งเรื่องแดงเพราะเด็กตั้งท้องได้เกือบ 2 เดือน  แล้วลุงเขยที่ก่อเหตุก็เผ่นหนีหายออกไปจากบ้าน   ส่วนญาติก็พาเด็กไปทำแท้ง    แต่ไม่มีใครไปแจ้งความเอาผิดกับลุงเขยที่ก่อเหตุ  

   ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบถาม น.ส. เอ (นามสมมติ)  อายุ 15 ปี  ก็ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า​ ได้ถูกลุงกระทำชำเราจริงตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.6 จนถึงอายุ 15 ปี  โดยก่อเหตุทั้งในห้องน้ำภายในบ้านที่พักอาศัยอยู่  และบางครั้งก็ก่อเหตุในห้องน้ำร้างใกล้กับร้านที่ขายไก่ย่าง   แต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะกลัว  กระทั่งตนเองเริ่มมีอาการผิดปกติลุงเขยก็ซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้ตรวจ  ก็พบว่าตั้งท้องได้ประมาณ 7 สัปดาห์กว่า  พอลุงเขยรู้ว่าตนตั้งท้องก็หนีหายไป  ตนจึงเล่าให้คนในบ้านฟัง  เขาก็พาไปทำแท้ง  ตอนนี้กลัวว่าลุงจะกลับมาแล้วก่อเหตุอีก   

    จากการสอบถามนาง  บี  (นามสมมติ)  อายุ 60 ปี  ป้าของ น.ส.เอ​ บอก ว่า​  พ่อแม่ของน้องตายมาหลายปีแล้ว  โดยพ่อของน้องเป็นน้องชายของตนเอง   จึงได้เลี้ยงดูน้องแทนพ่อแม่เขา   ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าสามีตนเองจะกระทำชำเราหลานสาวตัวเอง  เพราะหลานก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง   กระทั่งสามีหายออกจากบ้านได้ 3 – 4 วัน  เริ่มรู้สึกผิดปกติ   และหลานสาวก็เพิ่งมาบอกว่าถูกลุงข่มขืนและตั้งท้อง  ตนก็ตกใจไม่คิดว่าสามีจะทำแบบนี้   ก็คิดอะไรไม่ออกจึงไปปรึกษาญาติพี่น้องเขาก็แนะนำให้พาหลานไปทำแท้ง  เพราะถ้าปล่อยเอาไว้ก็กลัวจะเลี้ยงไม่ไหวและจะเป็นปัญหาสังคม   เพราะลำพังจะอยู่กินวันๆ ยังลำบาก    ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าสามีหนีไปไหน  แต่ถ้ากลับมาคงไม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพราะรับไม่ได้ 

       อย่างไรก็ตาม​ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพูดคุยกับป้าและหลาน  ก็มีญาติอีกคนมาแสดงความไม่พอใจต่อว่าเจ้าหน้าที่ และสื่อ  บอกว่าไม่ต้องเข้ามายุ่ง เป็นเรื่องในครอบครัวเดี๋ยวจัดการกันเอง  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อธิบายว่าแม้จะเป็นเรื่องในครอบครัวแต่ผู้ถูกกระทำเป็นเยาวชน  เมื่อมีคนร้องเรียนไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องมาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง  และหากเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอน 

   อย่างไรก็ตาม​ เบื้องต้นก็ได้นำข้อมูลเสนอรายงานผู้บังคับบัญชา   เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากแนวทางให้ความช่วยเหลือเด็กตามกระบวนการอีกครั้ง