ตร.ตรวจจุดเกิดเหตุหนุ่มขี่จยย.ชนกองข้าวเปลือกบนถนนบาดเจ็บชี้ผิดกม. 

ภูมิภาค22 พ.ย. 2567 • 14:10 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน​
 ตร.ตรวจจุดเกิดเหตุหนุ่มขี่จยย.ชนกองข้าวเปลือกบนถนนบาดเจ็บชี้ผิดกม. 

ตำรวจสภ.เฉลิมพระเกียรติ  จ.บุรีรัมย์  ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุหนุ่มวัย 17  ขี่ จยย.ชนกองข้าวเปลือกที่ตากไว้บนถนนเต็ม 1 ช่องจราจรไม่มีสัญญาณไฟเตือน ได้รับบาดเจ็บถูกหามส่ง รพ. ชี้ผิด พ.ร.บ.ทางหลวงกีดขวางการจราจร แนะนำไปตากหน้าที่ว่าการ  โรงพัก หรือลานชุมชนป้องกันอุบัติเหตุ  เจ้าของข้าวรุดเยี่ยมคนเจ็บพร้อมเยียวยา 

วันที่ 22 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายธนกฤต   หรือเต้ย อายุ 17 ปี ชาวบ้านโคกรัก ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ  จ.บุรีรัมย์  ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาแฟนสาวในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ   แต่พอขี่ จยย.ไปถึงถนนสายบ้านประดาจะบก - บ้านโคกศรีละคร  ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ   ได้พุ่งชนกองข้าวเปลือกที่มีการเทกองและตากไว้บนถนนเต็ม 1 ช่องจราจร หรือ 1 เลน  เมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา  จนทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล  เนื่องจากถนนสายดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่างประกอบกับจุดที่ชาวนานำข้าวเปลือกมาตากไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟหรือป้ายเตือนผู้ขับขี่ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ 

ล่าสุด  พ.ต.อ.วิศิษฏ์  บัวสง่าวงศ์  ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ  จ.บุรีรัมย์   ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ศิววงศ์ สุดาปั่น สวป.ฯ สภ.เฉลิมพระเกียรติ  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ   ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ   ยังพบข้าวเปลือกตากอยู่บนถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ   แต่วันนี้เจ้าของข้าวได้นำกรวยยางสะท้อนแสง  และธงแดงมาติดตั้งเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ขับขี่ได้เห็น   ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ประชาสัมพันธ์แนะนำให้เกษตรกร   นำข้าวเปลือกไปตากที่หน้าที่ว่าการอำเภอ  ลานหน้าโรงพัก  หรือลานโล่งในชุมชน  เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ         

แต่นายสุรินทร์  และนางจิ๋ว   สองสามีภรรยาเจ้าของข้าวเปลือก  ก็ขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่และผู้ใช้รถใช้ถนนขอเวลาอีกแค่ 2 วัน จะตากข้าวแห้งแล้วก็จะเก็บ  เพราะหากย้ายสถานที่ตากตอนนี้ก็จะต้องจ้างคนช่วยขนย้ายทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก     แต่รับปากว่าช่วงกลางคืนจะรวบกองข้าวเปลือกไปไว้ริมถนนมากที่สุด  และจะติดตั้งสัญญาณไฟและกรวยสะท้อนแสงให้ผู้ขับขี่มองเห็นชัดเจนมากขึ้น  

 จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งสองสามีภรรยา เจ้าของข้าวเปลือก  ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมนายธนกฤต  หรือเต้ย  ผู้บาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแฟนสาว   พร้อมรับปากจะเยียวยาทั้งค่าเสียเวลาที่ไม่ได้ไปทำงาน และอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นด้วย    

ด้าน พ.ต.ต.ศิววงศ์ สุดาปั่น สวป.ฯ สภ.เฉลิมพระเกียรติ   กล่าวว่า  ปกติช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทาง สภ.เฉลิมพระเกียรติ  ก็จะออกมาประชาสัมพันธ์ทุกปีว่าให้ชาวนานำข้าวไปตากที่หน้าที่ว่าการอำเภอ หน้าโรงพัก  หรือตามลานของชุมชน  เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้สัญจร  ซึ่งทุกปีก็จะตากกันอยู่ราว 2 เดือน คือ ช่วง ต.ค.- พ.ย.   ซึ่งการตากข้าวบนถนนจริงแล้วเป็นความผิดตามกฎหมาย  ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวงหรือความไม่สะดวกแก่งานทาง”   เพราะหากตากบนถนนแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เจ้าของข้าวต้องรับผิดชอบทั้งคดีแพ่งและอาญา    ส่วนเคสนี้ก็จะมีการสอบปากคำทั้งสองฝ่ายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป  

ส่วนนายสุรินทร์   บอกว่า  ทุกปีที่ผ่านมาก็จะนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วไปตากตามลานวัดลานชุมชนบ้าง   แต่ปีนี้เห็นชาวนาเอามาตากตามถนนกันเยอะตนก็มาตากเหมือนกับคนอื่นๆ  เพราะการตากบนถนนลาดยางจะแห้งเร็วกว่าตากตามลานหญ้า   แต่ช่วงที่เก็บเกี่ยวแรกๆ ลานวัด หรือลานชุมชนที่เป็นปูนจะไม่ว่างเพราะเก็บเกี่ยวพร้อมกัน    ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ตนนำมาตากบนถนน ก็มีการนำธงแดงหรือกรวยมาวางเอาไว้   แต่ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น  ซึ่งหลังจากตำรวจมาแนะนำว่าจริงแล้วไม่สามารถตากบนถนนได้เพราะผิดกฎหมาย   พร้อมแนะให้นำข้าวไปตากหน้าอำเภอ  หน้าโรงพัก หรือลานในชุมชนแทน   ตนก็ขอเวลาอีก 2 วัน ตากให้เสร็จแล้วจะเก็บ  ปีหน้าก็จะไม่ตากตามถนน  ส่วนตัวก็รู้ว่าผิดกฎหมายแต่ช่วงที่เกี่ยวพร้อมกันลานมันไม่พอ  และตากบนถนนจะแห้งเร็วกว่า