ผู้อำนวยการรพ.ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุขาดแพทย์มาวินิจฉัยจนสิ้นใจคารถเข็น

ภูมิภาค15 มิ.ย. 2566 • 23:25 น.โดย กฤษดา  เอกวานิช  
ผู้อำนวยการรพ.ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุขาดแพทย์มาวินิจฉัยจนสิ้นใจคารถเข็น

จากกรณี พี่สาวร้องสื่อ น้องเจ็บจนเสียชีวิต ขาดแพทย์มาวินิจฉัย ตัดสินใจขอเปลี่ยนโรงพยาบาลรักษา  แต่มาสิ้นใจช็อคคารถเข็น ก่อนรอขึ้นรถพ่อ ที่มาจอดรับตัวหน้าห้องฉุกเฉิน  หลังโรงพยาบาลออกมาแถลงข่าวชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิต    เลือดออกในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ  จนทำให้หัวใจวาย เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2566  ที่โรงพยาบาลระนอง  โดยก่อนหน้าเสียชีวิต ครอบครัวได้นำส่งตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน และรับเข้ารักษาตัวในตึกอายุรกรรมหญิง ด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรง  จนพี่สาวเดือดถ่ายคลิปฟ้องสื่อ  ไม่มีแพทย์และพยาบาลมาดูแลรักษา จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา  จนแพทย์และพยาบาลต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวทันที   ล่าสุด ผอ.รพ.ได้เดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พร้อมขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566  เวลา 20.00 น.  ที่บ้านห้วยปลิง หมู่ที่7  ต.ราชกรูด  อ.เมืองระนอง จ.ระนอง   ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.ทิพยวรรณ หรือน้องป๊อป  อายุ 27 ปี  โดยมีนายราชัน   มีน้อย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และนายแพทย์อรุณ  สัตยาพิศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระนอง   พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองระนอง  ,ฝ่ายปกครอง,ชมรมแม่บ้านมหาดไทย,เหล่ากาชาดจังหวัดระนอง,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ได้เข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ  
 พร้อมแสดงความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ญาติ และครอบครัวของนางสาวทิพวรรณ

โดยได้ขอโทษถึงกระบวนการที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสีย และหลังจากนี้ก็จะได้มีการสอบสวนพิจารณาผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตามจะเร่งดำเนินการเยียวยาตามสิทธิที่ควรจะได้รับตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข   ในเบื้องต้นจังหวัดระนองและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาในค่ำคืนนี้ เป็นจำนวน 31,000 บาท 

ด้านนายแพทย์อรุณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล  ได้ให้สัมภาษณ์หลังพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ว่า ทางญาติมิได้ติดใจในเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิต  และอยากให้ทางโรงพยาบาลปรับเรื่องการพูดจา  ซึ่งรับปากและพร้อมตั้งชุดคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง  และจะไปพูดคุยกับน้องที่อยู่เวร  เพื่อเดินทางมาคารวะศพ ซึ่งทางญาติก็จะไม่ติดใจอะไร และจะมีเงินเยียวยาตาม ม.41 และวันนี้ได้มาเคารพศพ

ด้านพ่อของผู้เสียชีวิตกล่าวสั้นๆหลังทาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้าพูดคุย รู้สึกดีมาก ไม่ติดใจอะไร   ส่วนพี่สาวผู้เสียชีวิต  นางสุภาวดี  หรือน้องปาล์ม  อายุ 31 ปี   ได้กล่าวว่า จากการที่ทางโรงพยาบาลและจังหวัดได้เดินทางมาดูแลในวันนี้  รู้สึกขอบคุณทางผู้ใหญ่ จริงๆแล้วไม่อยากทำให้ผู้ใหญ่เดือดร้อน   แต่ที่ได้เรียกร้องไป  เพราะว่าเราจำเป็นจริงๆที่จะต้องสื่อออกไปให้คนได้เห็น   ในส่วนของกรณีในการดูแล ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดที่น้องมีสิทธิ์อะไรบ้าง  

ส่วนในเรื่องการขอขมา ยังยืนยันคำเดิม  ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาขอขมาน้อง  รู้สึกว่าจะเดินทางมากันในวันพรุ่งนี้  ทางเรายืนยันว่า เราจะไม่มีการทำร้ายร่างกายใดๆทั้งสิ้นขอเพียงต้องการให้แพทย์ ที่รักษาและพยาบาล ในคืนเกิดเหตุได้เข้ามาขอขมาศพ เพื่อจะได้ไม่มีอะไรติดค้างแก่ผู้เสียชีวิตต่อไป

ทั้งนี้ทางญาติได้จัดสวดพระอภิธรรมศพทุกคืน โดยจะทำการฌาปณกิจในวันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน 2566 นี้