เพชรบูรณ์พบผู้ป่วยโควิค 1 ราย เป็นชาวเบลเยี่ยม หลังกลับจากเที่ยวพัทยา

ภูมิภาค16 มี.ค. 2563 • 11:20 น.
เพชรบูรณ์พบผู้ป่วยโควิค 1 ราย เป็นชาวเบลเยี่ยม  หลังกลับจากเที่ยวพัทยา
เพชรบูรณ์ พบผู้ป่วยโควิค 1 ราย เป็นชาวเบลเยี่ยม หลังกลับจากเที่ยวพัทยา ส่วนคนใกล้ชิดยังไม่พบเชื้อ ด้านโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ คัดกรองญาติและผู้ป่วยอย่างเข้มงวด วอนชาวเพชรบูรณ์อย่าตื่นตระหนก เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงถึงผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ล่าสุดเพิ่ม 32 ราย โดยในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติซึ่งมีบ้านพักอยู่ที่ ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อด้วย ล่าสุด นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดเพชรบูรณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้วจำนวน 1 ราย เป็นชายชาวต่างชาติสัญชาติเบลเยี่ยม อายุ 67 ปี มีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่า ได้เดินทางมาจากประเทศเบลเยี่ยม และผ่านด่านศุลกากรที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 จากนั้นเหมารถตู้เดินทางไปพักผ่อนที่พัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งวันที่ 10 มี.ค. มีอาการอ่อนเพลีย จึงได้ให้ภรรยาไปรับเพื่อกลับมาบ้านที่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ จากนั้นได้เข้าทำการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่ามีอาการคล้ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จึงได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์อีกครั้ง และผลการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จริง หลังจากที่ทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อ ได้ทำการสอบสวนโรค เส้นทางที่ผู้ป่วยได้เดินทางและสถานที่พัก จากนั้นได้ประสานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำการเข้าไปตรวจสอบและทำความสะอาด รวมทั้งได้นำตัวผู้ใกล้ชิดเพื่อตรวจว่า มีการติดเชื้อด้วยหรือไม่ ปรากฏว่าผลออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ได้ขอให้ผู้ที่ใกล้ชิดและสัมผัสผู้ป่วยได้เฝ้าระวังกักตัวเองอยู่ภายในบ้าน ไม่ต่ำกว่า 14 วัน ซึ่งระหว่างนี้ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้าน อสม.ในพื้นที่ เข้าไปสังเกตอาการทุกวัน แต่ทั้งนี้ขอให้ชาวเพชรบูรณ์อย่าได้ตื่นตระหนก และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ในการป้องกันและดูแลตนเอง สำหรับผู้ป่วยดังกล่าว โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้มีการแยกผู้ป่วยรักษาในห้องแยกติดเชื้อความดันลบ พร้อมมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมทั้งคัดกรองอย่างเข้มข้น โดยในวันนี้ได้เปิดทางเข้า-ออก โรงพยาบาลเพียง 4 จุดเท่านั้น และผู้ที่จะเข้าไปไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย หรือ บุคคลที่จะไปติดต่องาน จะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ถ้ามีไข้เกิน 37.5 จะถูกซักประวัติเพิ่มเติมเรื่องอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ และประวัติการเดินทาง พร้อมทั้งจะนำไปตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง กรณีที่ผ่านการคัดกรองแล้วไม่พบปัญหา จะได้รับการปั๊มวันที่ที่ข้อแขน ในแต่ละวัน เพื่อยืนยันว่าผ่านการคัดกรองแล้ว นายสืบศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ( COVID-19) เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและสร้างความปลอดภัยของผู้ป่วยญาติเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ได้วางระบบความปลอดภัย โดยได้มีการปรับทางเดิน เข้า-ออก บริเวณอาคารโรงพยาบาล 4 จุด คือ จุดที่ 1 ทางขึ้นด้านหน้าอาคารผู้ป่วยนอก จุดที่ 2 ทางเข้าโรงอาหาร จุดที่ 3 ทางขึ้นคลินิกอายุรกรรมเฉพาะทาง และ จุดที่ 4 ทางขึ้นแพทย์แผนไทย โดยแต่ละจุดจะมีการคัดกรองก่อนเข้า เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง เวลา 18.00 น. หากเป็นกรณีฉุกเฉินจะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ที่จะเข้าในอาคารโรงพยาบาลจะต้องมีการวัดไข้ ทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ ปั๊มวันที่ ที่ข้อมือทุกราย เพื่อเป็นการยืนยันผ่านการคัดกรองแล้ว ส่วนผู้ที่มีไข้สูงเกิน 37.5 องศา จะมีการซักประวัติเพิ่มเติมเรื่องอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ ประวัติการเดินทาง และเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยการติดเชื้อไวรัส ขอแจ้งผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี และ ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี ถ้าไม่จำเป็นขอให้หลีกเลี่ยงการมาโรงพยาบาล หากมีอาการเจ็บป่วยเป็นไข้ สามารถเข้ามารับการตรวจและรักษาได้ นายสืบศักดิ์ กล่าว.