พิษแพลงก์ตอนบลูม ทำปลาตายลอยเกลื่อน ชายฝั่งอ่าวมหาชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำนาจ หนูทอง ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ได้ร่วมกับ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร และ จนท.จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯในพื้นที่ พากันลงเรือเพื่อไปตรวจสอบความเสียหายจากสถานการณ์นำเสีย หลังรับแจ้งจากชาวประมงชายฝั่งตรงแนว ในเขตพื้นที่ตำบลบางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้สภาพน้ำแถบชายทะเล เป็นน้ำที่มี 2 สี หรือน้ำเบียด จากการไหลมาเจอกันระหว่างน้ำจืด กับ น้ำเค็ม ตลอดจนแนวโน้มของวิกฤตการณ์ “แพลงก์ตอนบลูม” ที่ส่งผลให้ปลาทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลนั้น ลอยตายเป็นแพสีขาวเกลื่อนบริเวณปากอ่าวมหาชัย
ซึ่งสภาพน้ำที่เห็น ณ ขณะนี้ มีสภาพเป็น 2 สี คือสีคล้ำแดงดำ กับ สีเขียว แบ่งแยกกันชัดเจน 2 ฝั่ง เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดเองตามธรรมชาติ ในทุกๆ ปี ช่วงที่มีน้ำจืดไหลมาปะทะกับน้ำทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีฝนตกหนัก และมีน้ำจืดไหลลงมาจากทางตอนบนของแม่น้ำท่าจีน ผสมกับน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม กลายเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดปรากฎการณ์แพลงก์ตอนบลูมใต้ท้องทะเลตามมา
เมื่อแพลงก์ตอนมีจำนวนมากเกินไปได้รับแสงไม่เพียงพอประกอบกับสัตว์น้ำกินแพลงก์ตอนไม่ทัน ก็ทำให้แพลงก์ตอนตายลงจนเป็นปัจจัยทำให้น้ำเน่าเสียส่งผลให้ปลาและสัตว์น้ำหน้าผิวดินตายลอยเกลื่อน ยิ่งในส่วนตรงที่เป็นรอยเชื่อมต่อระหว่างน้ำสีเขียวกับน้ำสีคล้ำนั้น จะมีปลาตัวเล็กลอยตายเป็นสายยาวพร้อมกับมีฟองสำเทาดำคล้ายกับฟองอากาศ ลอยควบคู่กันไป
นายสายธาร แหวนทองคำ อายุ 51 ปี หนึ่งในในชาวประมงชายฝั่ง เผยว่า ปีนี้สภาพน้ำเสียส่งผลทำให้ปลาตัวเล็ก ตัวใหญ่ ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลตายเป็นแพลอยขาวไปหมด ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรชายฝั่งเป็นจำนวนมาก ขนาดปลากะพงตัวใหญ่ยังตายเลย แล้วปลาตัวเล็กๆ จะไปเหลืออะไร
ด้านนายอำนาจ หนูทอง ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ก็บอกว่า ปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีหรือน้ำเบียดนี้ เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี ยิ่งในช่วงที่น้ำจืดจำนวนมากไหลมาเจอกับน้ำทะเล ก็จะส่งผลทำให้เกิดปรากฎการณ์แพลงก์ตอนบลูมตามมาด้วย โดยจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ถึงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน จากนั้นก็จะสภาพน้ำก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
“จากการสอบถามความเสียหายในวิกฤตการณ์ใต้ท้องน้ำในครั้งนี้ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่เป็นช่วงระยะเวลาประจำปี แต่มีผลให้สัตว์น้ำวัยอนุบาลที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลบริเวณปากอ่าวมหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีผลกระทบด้านสัตว์น้ำที่หากินบริเวณหน้าผิวดินแถบท้องทะเลนั้น จะตายล้มตายอย่างที่เห็น รวมทั้งส่งผลต่อการทำฟาร์มเลี้ยงหอย และหอยสองฝา ในแถบชายฝั่งนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ส่วนสาเหตุก็คือเมื่อมีตอนน้ำจืดจากทางจังหวัดภาคตอนบนไหล่เข้ามา แต่ว่า ชาวประมงชายฝั่งก็ไม่สามารถห้ามน้ำจืด จากตอนบนที่ไหลลงมาได้ รวมทั้งปริมาณน้ำฝนที่ต้องตกลงมาได้นั้น แต่สิ่งหนึ่งที่คนบนฝั่งสามารถช่วยชาวประมงชายฝั่ง และผู้ที่ทำมาหากินในทะเลได้ อาทิเช่น ไม่ปล่อยน้ำเสียลงมา, ขยะ และสารพิษ ฯลฯ ลงสู่แม่น้ำและทะเล เพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อมันผสมปนมาลงกับน้ำจืดนั้น จะส่งผลทำให้เกิดน้ำเสียในทะเลมากยิ่งขึ้น
“ทั้งนี้ทั้งนั้นจึงเป็นเหตุให้ทำสัตว์น้ำในทะเลล้มตายลงในที่สุด ทั้งสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่ง รวมถึงผู้มีอาชีพทำประมงเป็นอย่างมาก”