ตั้งกรรมการสอบซ้ำอดีตนายกอบต.นิคมห้วยผึ้ง หลังป.ป.ช.ชี้มูลสั่งย้ายถนน

ภูมิภาค18 มิ.ย. 2562 • 14:16 น.
ตั้งกรรมการสอบซ้ำอดีตนายกอบต.นิคมห้วยผึ้ง หลังป.ป.ช.ชี้มูลสั่งย้ายถนน
ตั้งกรรมการสอบซ้ำอดีตนายก อบต.นิคมห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีถูกกล่าวหาสั่งย้ายการก่อสร้างถนนคอนกรีตมาหน้าบ้านตัวเอง จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนางจิดาภา ลาวัลย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.นิคมห้วยผึ้ง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ กรณีถูกกล่าวหาว่าย้ายสถานที่ก่อสร้างถนนคอมกรีตเสริมเหล็กมาก่อสร้างบริเวณหน้าบ้านตนเอง ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 นายชัยยา ยอดสง่า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางจิดาภา ลาวัลย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นิคมห้วยผึ้ง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ กรณีถูกกล่าวหาว่า สั่งย้ายสถานที่ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มาบริเวณหน้าบ้านของตนเอง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า นางจิดาภา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 มีมูลเป็นการปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบ เรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือ ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วย อำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92 พร้อมกับดำเนินการส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาแล้วนั้น นายชัยยา กล่าวอีกว่า สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้กล่าวหาและร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ ในปี 2559 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.กลาง ก็ได้พิจารณาแล้วว่ามีพยาน หลักฐานเพียงพอที่จะสั่งตั้งองค์คณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน จากนั้นคณะกรรมการได้ดำเนินการไต่สวน แสวงหาข้อเท็จจริง โดยการลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง ซึ่งประเด็นข้อกล่าวหานั้นได้กล่าวหาว่าอดีตนายก อบต.นิคมห้วยผึ้งนั้นได้มีคำสั่งปรับเปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากที่มีแผนงาน มีประมาณการกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว แต่มีการสั่งเปลี่ยนแปลง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการเห็นชอบของสภา โดยมีการสั่งย้ายไปก่อสร้างถนนใหม่บริเวณใกล้กับที่ร้านอาหารและที่พักอาศัยของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งทาง สำนักงานป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ได้พิจารณาตามพยานหลักฐานแล้ว เชื่อได้ว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาจริง และได้ส่งเรื่องไปยังส่วนกลาง กระทั่งมีมติชี้มูลความผิดดังกล่าว ทั้งนี้สำหรับผู้ถูกกล่าวหาตามมติของ ป.ป.ช.นั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และยังไม่มีความผิด จนกว่าศาลจะพิจารณาและวินิจฉัยว่าได้กระทำผิดจริง อย่างไรก็ตามหากประชาชนพบเบาะแสการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพบการทุจริตก็สามารถส่งเรื่องเข้ามายังสำนักงานป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ได้ ด้านนายไพโรจน์ จิตจักร นายอำเภอห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวทางสำนักงานป.ป.ช.ได้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวให้อำเภอทราบและสอบสวน โดยสรุปได้ว่าการกระทำของนางจิดาภา ลาวัลย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนิคมห้วยผึ้ง ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมีมูลเป็นการปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบตามมาตรา 92 แห่งพ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ 2537 ทั้งนี้ทางอำเภอห้วยผึ้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อดำเนินการสอบสวนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสอบสวนผู้บริหารท้องถิ่นฯพ.ศ 2554 แล้ว โดยต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน พร้อมกับรายงานไปยังผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ให้ทราบแล้ว