หนุ่มป่วยจิตเวชบุกเข้าบ้านพ่อค้าขายปลานิล ถูกเจ้าของบ้านเอาไม้ตีหัวปลาฟาดหน้าหงาย
หนุ่มป่วยจิตเวชถือขวดบุกเข้าบ้านพ่อค้าขายปลานิล ถูกเจ้าของบ้านเอาไม้ตีหัวปลาฟาดเข้าหน้าหงายหลังอยู่หน้าบ้าน แม่ออกมาป้องลูก เป็นเรื่องเข้าใจผิด ขอต่างคนต่างอยู่ไม่อยากให้มีเรื่องมีราว ผกก.สั่งสายตรวจไปเยี่ยมทุกวันเพื่อป้องปราบจนกว่าแม่จะส่งตัวลูกไปรักษาที่รพ.จิตเวชได้
เมื่อเวลา13.00 น. วันที่ 9 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Silisak Seetahong " ที่ได้มีการโพสต์คลิปภาพวีดีโอความยาว 4 นาที 50 วินาที เป็นเหตุการณ์ที่ชายเสื้อดำในคลิปถูกเจ้าของบ้านใช้ไม้ฟาดเข้าที่หัวจนล้มงายลงกับพื้น ก่อนที่จะมีหญิงในคลิปซึ่งเป็นแม่ออกมาอุ้มลูกตะโกนให้คนช่วยแล้วพยุงลูกชายกลับบ้าน พร้อมข้อความระบุว่า "มันสุดจะทน ถือขวดเขามาในบ้านผมไห้ผมทำไง ผมทำเพื่อปกป้องลูกเมีย ลูกกูเพิ่งออกโรงบาลได้3วันทำไมมึงกล้าทำแบบนี้ ที่ถ่ายคือหน้าร้านผม ผมจะผิดไหม สังคมมันน่ากลัวจัง”
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุ ที่ร้านขายปลานิลไม่มีชื่อภายในตลาดสดบ้านไผ่ ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของคู่กรณีซึ่งเปิดร้านขายเสื้อผ้า โดยได้พบกับนาย ศิริศักดิ์ สีทาหงษ์ อายุ 28 ปี เจ้าของร้านขายปลานิลซึ่งเป็นคนอัดคลิปวีดีโอดังกล่าวเอาไว้ ได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่เกิดเหตุคือหน้าร้าน และพาสำรวจจุดที่ชายในคลิปโยนขวดเหล้ามาตกบนหลังคาบ้านคนอื่นและบ้านตัวเอง
นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนั้นที่ตนเองกำลังจะปิดร้านตามปกติ โดยแง้มประตูกรงเหล็กหน้าบ้านไว้เล็กน้อยพอเดินเข้าออกได้ จังหวะนั้นได้ยินเสียงโยนขวดใส่หลังคาบ้าน 3 ครั้ง จนลูกที่อยู่ในบ้านตกใจ ก่อนที่ชายคนดังกล่าววิ่งมาหน้าบ้านจนถึงประตูเหล็กโดยในมือมีขวดมาด้วย 1 ขวดและตะโกนมาแต่ไกลว่า "มึงมาไอ้สัด มีงจะเอาเหรอ" ตนเองเห็นก็คิดได้อย่างเดียวคือต้องป้องกันตัวเองก่อนที่ภรรยาและลูกอีก 3 คนจะได้รับบาดเจ็บ จึงหยิบไม้สำหรับตีหัวปลาฟาดสวนเข้าไปที่หน้าของชายดังกล่าว 1 ครั้งจนหงายล้มกับพื้น ซึ่งตนเองก็ไม่ได้เข้าไปซ้ำแต่อย่างได้ ก่อนภรรยาจะหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้
"ที่ผ่านมาไม่เคยรู้จักหรือเคยคุยกับชายดังกล่าว ผมมาเช่าเปิดร้านขายปลานิลได้ประมาณปีกว่า ก็โดนคุกคามมาตลอดโดยชายดังกล่าวบอกว่า มึงมาหากินผิดที่แล้ว เหมือนมาก่อกวนจะให้เราย้ายไปที่อื่น ซึ่งในละแวกนี้ทุกคนจะรู้ประวัติชายดังกล่าวดี จะชอบโวยวาย ตะโกนด่า ปาขวดปาหินตลอด แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19ระบาด ครอบครัวไม่รู้จะย้ายไปไหน หากจะย้ายไปก็ต้องเริ่มต้นใหม่และต้องเสียเงินเพิ่มขึ้น หลังเกิดเหตุก็ได้คุยกับแม่ของชายดังกล่าว ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวแม่จะจัดการเอง"
นายศิริศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนเองก็ถามว่าจะไม่มีการขอโทษอะไรกันเลยเหรอ แม่ก็บอกว่าทำไมต้องขอโทษ จึงบอกงั้นแม่ไม่ต้องมาคุยกับผม ไม่ขอโทษไม่เป็นไร แต่อย่าให้ลูกชายมาทำแบบนี้ ซึ่งแม่ของชายดังกล่าวบอกอีกว่าลูกชายป่วยจิตเวชไม่ยอมกินยา แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าน่าเกิดจากการกินเหล้ามากกว่า เพราะปกติชายดังกล่าวหากไม่ได้กินเหล้าก็จะอยู่เงียบๆ ซึ่งชาวบ้านทุกคนจะรู้ดี หากชายดังกล่าวสตาร์ทรถออกไปก็จะรู้ทันทีว่าไปกินเหล้าเพราะกลับมาทุกครั้งจะเป็นคนละคน และอาละวาดแบบนี้ตลอด
"ตอนที่ภรรยาผมท้องแก่ใกล้คลอด หลังปิดร้านผมก็จะปิดบ้านทันทีเพราะไม่อยากให้กระทบกับลูกในครรภ์ พอคลอดลูกมาเจอเหตุการณ์ปาขวดตะโกนด่าลูกก็ตกใจ จนลูกชายวัย 3 ขวบผวาทุกวัน ตื่นนอนขึ้นมาก็ถามพ่อทุกวันว่ามีคนร้ายใช่ไหมพ่อ คนร้ายไปหรือยัง ยิ่งทำให้ความรู้สึกของคนเป็นพ่อยิ่งเจ็บ หลังเกิดเหตุตำรวจมาตรวจสอบก็ได้คุยกับตนเอง ตำรวจก็บอกว่าให้ทำบุญให้โอกาสเค้า ถ้ามาอีกรอบหนึ่งตำรวจจะจับให้ ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัย โดนคุกคามทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและจิตใจต้องอยู่อย่างระแวงว่าชายดังกล่าวจะมาอีกตอนไหน เพราะบ้านอยู่ติดกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างถาวรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เพราะไม่ใช่มีแค่ผมที่โดนแต่เพื่อนบ้านในละแวกนี้โดนกันทั่วหน้ากว่า10บ้าน"
พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวไปพบกับแม่ของผู้ก่อเหตุ อายุ 75 ปี บอกว่า ตอนเกิดเหตุตนเองนั่งอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันที่หลังบ้านจึงไปดูเป็นลูกชายทะเลาะกับร้านขายปลานิลข้างบ้าน ลูกชายก็วิ่งสวนออกมา ตนเองก็จับไม่ทันจึงวิ่งตามไป เห็นชายที่อยู่ร้านปลานิลถือไม้เบสบอลวิ่งออกมาแล้วฟาดหน้าลูกชายจนล้มกลางถนนยังไม่ได้เข้าไปในบ้าน ลูกชายถือขวดซีอิ้วไปด้วยและไม่ได้ไปทำอะไรบ้านนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงจะไปดูว่าชายดังกล่าวว่าอะไร
"ไดเคุยกับชายคู่กรณีของลูกชายเล่าให้ตนเองฟังว่าเหมือนจะขู่ว่า เค้ามาจากที่อื่น พี่ชายเค้าไม่อยู่พี่ชายติดคุกเพราะฆ่าคนตายติดหลายปีแล้ว ตนเองก็กลัวบอกกับลูกชายว่าอย่าไปยุ่งอย่าไปเกี่ยวกับเค้า ลูกชายตนเองเป็นคนพูดจาเสียงดังอาจทำให้เข้าใจผิดได้ แถมยังขู่ว่าถ้าลูกเสียงดังอีกจะทำร้ายอีก ตนเองไม่อยากมีเรื่องมีราวก็ขอแค่อยู่ใครอยู่มันไม่เกี่ยวกัน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่การบุกรุกถ้าบุกรุกก็ต้องเข้าไปในบ้านแล้ว และที่ผ่านมาที่คู่กรณีบอกว่าได้ยินเสียงขวดเสียงก้อนหินเพราะลูกชายปาไปนั้น ไม่เป็นความจริงเค้าไม่รู้จริง ที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงแมว มีแมวจรเป็นสิบๆตัวก็กระโดดขึ้นหลังคา ยืนยันว่าลูกชายไม่มีทางโยนขวดโยนก้อนหินใส่บนหลังคาแน่นอน"
ด้าน พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นหลังรับแจ้งทางตำรวจก็ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีและได้สอบถามทั้ง 2 ฝ่าย ก็ยืนยันทั้งคู่ว่าไม่ติดใจเอาความ โดยแม่ของชายในคลิปยืนยันว่าจะพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์โดยเร็วที่สุดแต่ติดเรื่องของโควิด-19จึงยังไปไม่ได้ช่วงนี้ จึงได้สั่งการให้ตำรวจสายตรวจไปติดตามสอบถามทุกวันเพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการซำขึ้นอีก