โจ๋หัวขโมย ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัด นำเงินไปลงทุนคริปโต
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ต.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.วรพจน์ ฉิมลอยลาภ สว.สส.สภ.ปากเกร็ด, ร.ต.อ.สุชาติ แสงเดือน รอง สว.สส.สภ.ปากเกร็ด, ต.ต.ธีร์วิลยุทธ์ ตันเจริญ, ต.ต.ชนายุส เอียดคำ, ด.ต.วีรพัฒน์ สายวาริน, ต.ต.ณัฐนันท์ จิตโคกกรวด, ส.ต.อ.นรากร คำแพง และส.ต.ท.ธีรพงษ์ วิเศษศิลป์ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายดังก้อง หรือก้อง หัวขโมย พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ และเงินสดเกือบ 40,000 บาท หลังย่องเข้าไปลักทรัพย์ภายในวัดบ่อ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากเวลา 03.02 น. วันที่ 28 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตัวเเทนวัดบ่อ ได้เข้าแจ้งความว่าที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่าเมื่อช่วงกลางดึกได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าเป้สีดำ สวมใส่แมสก์ปิดบังใบหน้า ย่องเข้ามาลักทรัพย์ภายในวัดแล้วได้หยิบขโมยกล่องรับบริจาคสีน้ำเงิน ก่อนเดินหลบหนีออกไป จึงเดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.ปากเกร็ด
ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 30 ต.ค. 65 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด หลังได้ลงพื้นที่พร้อมไล่กล้องภาพวงจรปิด สามารถตามจับกุมหัวขโมยรายดังกล่าวเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายดังก้อง (ขอสงวนนามสกุล) หรือก้อง อายุ 19 ปี อยู่ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" นายดังก้อง (ผู้ต้องหา) รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และนำถังพลาสติกที่ใส่เงินไปทิ้งท่าน้ำวัดสนามเหนือ ก่อนอ้างว่าจะนำเงินที่ขโมยทางวัดมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับนำเงินที่ขโมยมาไปซื้อเหรียญ USDT (crypto currency) จำนวน 23,000 บาท โดยนำเงินที่ขโมยมาโอนไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง
ตรวจสอบทราบว่าเจ้าของบัญชีดังกล่าว คือนายพงศ์พัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี อยู่ ต.แม่ไร่ อ.แม่ฉัน จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดต่อนายพงศ์พัฒน์ เพื่อให้แลกเหรียญคลิปโตกลับคืนมาเป็นเงิน จำนวน 22,999.66 บาท และนำเงินกลับไปคืนให้กับทางเจ้าอาวาสวัดบ่อ ส่วนเงินที่เหลือทางผู้ต้องหาได้นำไปใช้จ่ายหมดแล้ว ก่อนจะขยายผลถึงผู้รับโอนบัญชีซื้อ-ขายเหรียญคริปโตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับนายก้องหัวขโมยรายนี้ด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป