เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย จี้อัยการสูงสุด แจงปมไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง

ภูมิภาค24 ก.ค. 2563 • 17:30 น.
เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย จี้อัยการสูงสุด แจงปมไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง
เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย จี้อัยการสูงสุด แจงปมไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ทายาทกระทิงแดง ระบุเป็นการปกป้องกระบวนการยุติธรรมของไทย และขอรู้ผลภายใน 7 วัน เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ก.ค. 2563 ที่สำนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว เครือข่ายทนายความเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย พร้อมด้วยแกนนำเครือข่ายทนายความ จ.ขอนแก่นเข้ายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ผ่านสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและเหตุผมของการไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะชน จากกรณีกรณีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส" ทายาทตระกูลอยู่วิทยา ซึ่งขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อปี 2555 นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว เครือข่ายทนายความเพื่อการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทราบว่าอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องกระทิงแดง จากกรณีการขับรถยนต์ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ที่ติดตามการทำหน้าที่ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอัยการและตำรวจ แต่ก็พบว่าคดีนี้ การทำหน้าที่ขององค์กรยุติธรรมขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนมาโดยตลอด ทั้งการปล่อยคดีให้ยืดเยื้อจนขาดอายุความ การอนุญาตผ่อนผันการดำเนินคดีให้ผู้ต้องหา โดยอาศัยวิธีการขอความเป็นธรรม จนกระทั่งมาวันนี้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องทุกข้อกล่าวหา “ ประชาชน มีคำถาม มีข้อสงสัย และความแคลงใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของอัยการว่าถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ การดำเนินคดีที่ไม่โปร่งใสมาโดยตลอด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความศรัทธาในภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม และมีข้องสงสัยในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการไม่นำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการของศาล การปล่อยคดียืดเยื้อจนขาดอายุความ ผู้ต้องหาสามารถเลื่อนคดีได้ถึง 10 ครั้ง ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว และการให้ผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างสะดวก ซึ่งเป็นข้อสงสัยโดยที่ยังไม่มีคำตอบใดๆ" นายคุ้มพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า การยื่นหนังสือ ผ่านสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งถึงอัยการสูงสุด เพื่อให้มีการชี้แจงแหตุผล ข้อเท็จจริง รายละเอียด ขั้นตอนการทำหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบภายใน 7 วัน