คดีพบศพหนุ่มใหญ่เสียชีวิตแบบมีเงื่อนงำคืบ หลังพบศพ ผู้การตำรวจเรียกประชุมตำรวจชุด กก.สส.ร่วมตำรวจพื้นที่เกิดเหตุนำหมายจับ 2 หนุ่มที่ลงมือก่อเหตุ
กาญจนบุรี คดีพบศพหนุ่มใหญ่เสียชีวิตแบบมีเงื้อนงำคืบ หลังพบศพ ผู้การตำรวจเรียกประชุมตำรวจชุด กก.สส.ร่วมตำรวจพื้นที่เกิดเหตุนำหมายจับ 2 หนุ่มที่ลงมือก่อเหตุรับสารภาพคืนเกิดเหตุลงมือชกต่อยจริง เหตุเพราะคนตายลวนลามภรรยาสาว ไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเจตนาฆ่า หรือใช้อาวุธ ส่วนสาเหตุการตายแพทย์พบกระดูกซี่โครงหักแทงขั้วหัวใจ
กรณีพบศพนายเพชรทพงษ์ ลมพัด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/20 หมู่ 3 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจรบุรี นอนเสียชีวิตอยู่ที่พงหญ้าข้างถนนเลียบริมคลองชลประทานสายหวายเหนียว-ท่าตะคร้อ หมู่ 13 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกาฯ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้ว
เวลา 09.30 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี หลังได้รับรายงาน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.ภ.จว.ฯ พ.ต.ท เวช พิสูตร์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฯ พ.ต.ท.กาจภณ ปฐมัง รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฯพ.ต.ท.มานะ สำราญวงศ์ สว.กก.สส.ฯ และตำรวจชุด กก.สส.ฯ ได้เดินทางไปที่ สภ.ท่ามะกาฯ เพื่อเรียกประชุมคณะนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ซึ่งประกอบด้วย
พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผกก.สภ.ท่ามะกาฯ พ.ต.ท.สุวิทย์ ห่วงทอง รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ฌานณรงค์ นาคทอง สว.สส.ฯ พ.ต.ท.ธนพล แสนงาม รอง ผกก.สอบสวนฯ และ ร.ต.อ.จรัญ กระจ่างแจ่ม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่ามะกาฯ เพื่อร่วมสอบสวนคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรานงานว่าเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.ภ.จว.ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.มานะ สำราญวงษ์ สว.กก.สส.ฯ นำกำลังตำรวจชุด กก.สส.ฯพร้อมหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี
เลขที่ จ.43/2562 เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 7 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายสายชล โกสุม อายุ 27 ปี มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาเดินไฟฟ้าตามบ้าน และบ้านของนายจิรพงษ์ เย็นกลม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/2 หมู่ 6 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งแนวทางการสืบสวนสอบสวนของ พ.ต.ท.มานะ สำราญวงษ์ ทราบว่า บุคตลทั้ง 2 น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายเพชรทพงษ์ ผู้ตาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.ร่วมกับ พ.ต.ท.ฌานณรงค์ นาคทอง สว.สส.สภ.ท่ามะกาฯ เดินทางไปถึงได้แสดงตัวและหมายจับให้นายสายชล ดู
จากนั้นจึงควบคุมตัวนายสายชล และนายจิรพงษ์ รวมทั้ง นส.กรรณิกา บรรเทาทุกข์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ 2 ต.ท่าตะคร้อ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ไปทำการสอบสวนปากคำที่ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ต่อหน้า พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี
โดยนายสายชล ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า" ได้ร่วมกับนายจิรพงษ์ เย็นกลม ลงมือทำร้ายผู้ตายด้วยการรุมชกต่อยนายเพชรทพงษ์ หรือโด่ง ลมพัด ผู้ตายจริง เหตุเกิดที่พงหญ้าริมถนนเลียบคลองชลประทานสายหวายเหนียว-ท่าตะคร้อ หมู่ 13 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกาฯ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.ของวันที่ 24 ม.ค.62 ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุได้เดินทางกลับบ้านไป จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากชาวบ้านว่า นายเพชรทพงษ์ ลมพัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุนายสายชล และนายจิรพงษ์ รวมทั้ง นส.กรรณิกา ภรรยาของนายสายชล เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนทั้ง 3 คนได้เดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนที่จัดขึ้นในหมู่บ้านแสนตอระหว่างที่นั่งดื่มกินจนงานเลิก แขกที่มาในงานต่างทยอยกันเดินทางกลับ นส.กรรณิกา ภรรยาของตนชักชวนให้ตนกลับบ้าน
ตนซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนๆ กำลังได้ที่ ด้วยความรำคาญจึงพูดตัดบทกับภรรยาไปว่า ถ้าอยากกลับก็เดินกลับไปเอง
ตนและภรรยา จึงมีปากเสียงโต้เถียงกันขึ้น ด้วยความน้อยใจ นส.กรรณิกาจึงเดินออกจากบ้านงานหายไป ตนกับนายจิรพงษ์ จึงขี่รถ จยย.ออกจากงานไปตามถนนเลียบริมคลองชลประทานฯ เพื่อตามหาภรรยา และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่า นายเพชรทพงษ์ ผู้ตายกำลังใช้กำลังยื้อยุดฉุดกระชาก นส.กรรณิกา ภรรยาของตนอยู่ ตนจึงตะโกนถามว่า มีอะไรกัน นส.กรรณิกา จึงร้องตะโกนให้ช่วย
นายเพชรทพงษ์ ผู้ตายได้วิ่งลงจากรถ จยย.และวิ่งกระโดดหนีลงไปในคลองชลประทานฯ ซึ่งเวลานั้นมีระดับน้ำน้อยมาก เนื่องจากกรมชลประทานฯ ได้ปิดประตูน้ำ ตนและนายจิรพงษ์ จึงร้องเรียกให้ผู้ตายขึ้นมาจากคลองชลฯ เพื่อพูดคุยกัน เมื่อผู้ตายเดินขึ้นมาตนจึงด่าว่า และตรงเข้าชกต่อยผู้ตายเกิดฮึดสู้ แต่สู้ตนไม่ได้จึงถูกตนชกต่อยจนล้มลง เป็นเวลาเดียวกันกับนายจิรพงษ์ ได้ใช้เท้าเตะเข้าที่บริเวณชายโครงด้านซ้าย 1 ครั้งจนเห็นว่า ผู้ตายหมดสติ จึงพากันขี่รถ จยย.นั่งซ้อนท้ายพากันกลับบ้านจนกระทั่งเช้า ทราบจากชาวบ้านว่า พบศพนายเพชรทพงษ์ เสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าที่เกิดเหตุ
และต่อมาก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวที่บ้าน" นายสายชล ยังให้การค่อไปอีกว่า "ตนกับนายจิรพงษ์ ยอมรับว่า ได้ลงมือทำร้ายผู้ตายจริง แต่จุดประสงค์ไม่ได้มีเจตนาที่ต้องการฆ่าผู้ตาย ที่ทำไป เนื่องจากโกธรแค้นที่ผู้ตายพยายามฉุดกระชากลากภรรยาไปทำมิดีมิร้าย
ด้าน นส.กรรณิกา บรรเทาทุกข์ ภรรยาของนายสายชล ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า"ขณะที่กำลังเดินไปตามถนนเลียบริมคลองชลประทานอยู่นั้น ได้เจอนายเพชรทพงษ์ ผู้ตายขี่รถ จยย.สวนทางมา และขี่รถเลยไป สักครู่นายเพชรทพงษ์ ผู้ตายก็ขี่รถย้อนกลับมา พร้อมทั้งเอ่ยปากถามว่า จะไปไหน ไปส่งเอาไหม ตนไม่สนใจพยายามเดินหนี แต่ผู้ตายได้จอดรถและตรงเข้าพยายามฉุดกระชากให้ตนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ตนพยายามดิ้นรนขัดขืน
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่นายสายชล สามี และนายจิรพงษ์ ขี่รถ จยย.ตามมาพบเข้าพอดี จึงเกิดมีปากเสียงและชกต่อยกัน มารู้ข่าวอีกทีว่า นายเพชรทพงษ์ ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ในคืนเกิดเหตุสามีและนายจิรพงษ์ ไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ ทำร้ายผู้ตายเลย มีแต่ชกต่อยกันเท่านั้น ก็ไม่ทราบว่า ผู้ตายเสียชีวิตได้อย่างไร"
หลังทราบเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงประสานไปยัง พ.ต.ท.ธนพล แสนงาม รอง ผกก.(สอบสวน) และ ร.ต.อ.จรัญ กระจ่างแจ่ม รองสารวัตร(สอบสวน) เจ้าของคดีให้เดินมาสอบสวนปากคำนายสายชล โกสุม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนนายจิรพงษ์ อายุ 17 ปี ซึ่งยังเป็นเยาวชนอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนปากคำเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
มีรายงานข่าวว่า ผลการผ่าพิสูจน์ของแพทย์ รพ.ศูนย์ราชบุรี ซึ่งทำการผ่าพิสูจน์ศพของนายเพชรทพงษ์ ลมพัด ผู้ตายพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากกระดูกซี่โครงด้านซ้ายหักทิ่มขั้วหัวใจจึงทำให้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว