ผู้ว่าฯ ปทุมธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และ ปชช. ร่วมประกอบพิธีลงนามแสดงความอาลัยแด่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ภูมิภาค30 พ.ค. 2562 • 04:16 น.
ผู้ว่าฯ ปทุมธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน และ ปชช. ร่วมประกอบพิธีลงนามแสดงความอาลัยแด่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
วันนี้ (30 พ.ค.62) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณ ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี และประชาชนทั่วไป ร่วมประกอบพิธีลงนามแสดงความอาลัยแด่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ จังหวัดปทุมธานี ได้จัดตั้งโต๊ะสำหรับลงนามแสดงความอาลัย เพื่อให้บุคลากรทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วไป ที่มาติดต่อราชการ สามารถลงนามแสดงความอาลัย ได้ที่บริเวณทางขึ้น หน้าห้องโถงชั้น 1 ศาลาศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่วันนี้ 30 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2562 ในเวลา 09.00 น.- 16.00 น. แต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำหรือสีขาว พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเมื่อปี 2484 โรงเรียนทหารม้า และอีกหลายสถาบันรวมทั้งวิทยาลัยการทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 9 จากนั้นได้เข้ารับราชการทหารและร่วมรบในสงครามอินโดจีน รวมทั้งสงครามโลกครั้งที่สอง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการทหารบก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของไทย และดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างปี 2523 - 2531 โดยหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2531 ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2541 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้รับยกย่องว่ามีผลงานสำคัญในการผลักดันนโยบาย "การเมืองนำการทหาร" ซึ่งนำไปสู่การออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 กำหนดนโยบายและปรับท่าทีในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ โดยมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้แปรพักตร์ ทำให้นักศึกษาที่หลบหนีเข้าป่าภายหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 กลับออกจากป่า เป็นการนำการเมืองเหนือการทหาร ยุติความรุนแรงต่อการปราบปรามคอมมิวนิสต์ และเปลี่ยนบุคคลเหล่านั้นเรียกว่า “ผู้ร่วมพัฒนาชาติ” ท่ามกลางสงครามเย็น กระแสโลกเสรีปะทะกับแนวคิดคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น แนวนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความปรองดองขึ้นได้ประเทศไทย และสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ยังมีผลงานสำคัญซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอีกเช่น การปรับปรุงประมวลกฎหมายรัษฎากรและกฎหมายสรรพสินค้า การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาล และเอกชน (กรอ.) เพื่อส่งเสริมบทบาททางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนภายในประเทศ “ข้อตกลงพลาซ่าแอคคอร์ดทำให้พลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยจนถึงปัจจุบัน จากการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าสู่การผลิตเพื่อส่งออก รองรับกับการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนจากต่างชาติ (โดยเฉพาะญี่ปุ่น) เพิ่มอัตราการจ้างของคนไทยในระบบอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาล”