ยังจับไม่ได้ 'ไอ้ท๊อป' ฆ่าสาวขอนแก่นทิ้งศพชัยภูมิ แม่บ้านรีสอร์ทเผย พบสายยางยาว 50 ซม.ถูกตัดไป

ภูมิภาค21 ธ.ค. 2565 • 08:11 น.
ยังจับไม่ได้ 'ไอ้ท๊อป' ฆ่าสาวขอนแก่นทิ้งศพชัยภูมิ แม่บ้านรีสอร์ทเผย พบสายยางยาว 50 ซม.ถูกตัดไป

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ธ.ค.2565  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่รีสอร์ท แห่งหนึ่งในเขต อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีคนพบ น.ส.กนกพร  อายุ 36 ปี ก่อนจะถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งไว้ริมถนน ในพื้นที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ  โดยได้พบกับแม่บ้านที่ดูแลรีสอร์ท 2 คน กำลังรอช่างประปามาทำการเปลี่ยนสายยางต่อท่อน้ำดีเข้ากับก็อกน้ำภายในห้องน้ำที่มีคนมาพักตีดออกไป เป็นสายยางพลาสติกความยาวประมาณ 50 ซม. คาดว่าผู้ต้องหาตามหมายจับจะเป็นคนตัดไปเพราะเป็นผู้มาพักพร้อมกับฝ่ายหญิงเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่พนักงานจะเข้าทำความสะอาดห้องพักและพบพิรุธสายยางดังกล่าวถูกตัดไป

นางหนูสกี  อายุ 49 ปี พนักงานรีสอร์ ตกล่าวว่า  นายท็อป เดินทางมาติดต่อเข้าพักที่รีสอร์ต 17 ธ.ค.65 19.04น. จำนวน 1 คืน จากนั้นช่วง เวลา 11.00น. วันที่ 18 ธ.ค.  มาสอบถามพนักงานว่าต้องเช็คเอ้าท์ออกเที่ยงใช่ไหม พนักงานจึงตอบว่าใช่ จากนั้นนายท็อป จึงบอกพนักงานว่าขออยู่ต่ออีก 1 คืน ซึ่งจะต้องเช็คเอ้าท์ออกเที่ยงวันที่ 19 ธ.ค.โดยนายท็อปได้กำชับพนักงานให้พนักงานล็อกห้องนี้ ห้ามให้ใครมายุ่ง เพราะจะอยู่ห้องนี้เท่านั้น ก่อนที่ในช่วงสักประมาณ 12.30น.นายท็อปขับรถออกจากรีสอร์ต คาดว่าจะไปเจอกันกับผู้ตายที่นัดเจอกันที่ปั้มน้ำมัน พนักงานจึงได้เข้าไปทำความสะอาดห้อง ซึ่งก็ไม่พบความผิดปกติ 

"ไม่ถึงชั่วโมง นายท็อปขับรถเข้ามาในรีสอร์ตอีกครั้ง และมาติดต่อจ่ายค่าเช่า พร้อมกับชื้อเบียร์ไปกิน 2 ขวด โดยขณะที่นายท็อปและผู้ตาย อยู่ในห้องมีการเปิดทีวีเสียงดัง และนายท็อปจะเดินเข้า ออกห้องไปสูบบุหรี่บ่อย และพบลักษณะผิดปกติ คือเดินไปรอบๆรีสอร์ต จากนั้นตัวเองก็เปลี่ยนกะเลิกงานกลับบ้าน"

ขณะที่ นางกุหลาบทอง เอกบุตร อายุ 46 ปี แม่บ้าน กล่าวว่า  หลังถึงเวลาเช็คเอ้าท์ออกของห้องที่ทั้งคู่มาพัก ตนเองจึงได้ไปเคาะที่ห้องของนายท็อป แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ได้ยินแต่เสียงเปิดทีวีทิ้งไว้เสียงดังตั้งแต่ตนเองมาเปลี่ยนกะ ตอน 07.00 น. จึงเปิดประตูห้องเข้าไปดู พบว่า ห้องไม่ได้ล็อกและไม่มีใครอยู่แล้ว ส่วนในห้องพัก พบว่าที่นอนมีลักษณะมีร่องรอยคนนอนพักผ่อน เพราะผ้าห่มถูกรื้อมากองไว้ปลายเตียง ส่วนเบียร์ที่ชื้อไปดื่ม พบว่ามีการดื่มเบียร์หมดทั้ง 2 ขวด แต่ไม่ได้ใช้แก้วน้ำดื่ม ลักษณะเหมือนยกขวดแล้วนำไปวางไว้ในตู้เย็นเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังได้ดื่มน้ำเปล่าหมดอีก 2 ขวด ซึ่งหลังจากที่นายท็อปและผู้ตายออกจากห้องไป ได้มีการตรวจสอบห้องพักและจะทำความสะอาด พบว่า สายน้ำที่เชื่อมกับก็อกน้ำอ่างล้างหน้า ถูกตัด เป็นสายยางพลาสติดความยาวประมาณ 50 ซม. คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือนายท็อป ส่วนในช่วงที่นายท็อปออกจากห้องพักไปไม่มีใครเห็น และกล้องวงจรปิดไม่เห็นตอนที่ผู้ตายขึ้นรถ เพราะนายท็อปได้ถอยรถเข้าห้องพัก จึงไม่เห็นจังหวะที่ผู้หญิงขึ้นรถไปด้วย

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.ท.โฆสน นิ่มพิลา สว.(สอบสวน)สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ทราบว่า ล่าสุดทางตำรวจได้ออกหมายจับอดีตสามี ซึ่งมีพยานเห็นว่าอยู่กับผู้ตายคนสุดท้ายตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา คือนาย อนุกูล  อายุ 37 ปี อยู่ ม.3 ต.ลำนาราย อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งในส่วนข้อหาอำพรางศพนั้นจะต้องทำการสอบสวนผู้ต้องหาก่อน หากเข้าข่ายกระทำความผิดในข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มตามขั้นตอน ซึ่งภายหลังจากชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปเกาะติดที่บ้านของผู้ต้องหาตามหมายจับ พบรถยนต์คันที่ใช้เดินทางจอดอยู่ แต่ไม่พบคนแล้ว จึงได้ทำการยึดรถมาตรวจสอบ คาดว่าผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ในจังหวัดลพบุรี ซึ่งก็อยากจะฝากถึงญาติๆหรือผู้ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาให้พาเข้ามอบตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หากช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีก็จะมีความผิดด้วย

ขณะที่บรรยายกาศภายในวัดศรีภูเวียง ต.ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งศพ น.ส.กนกพร ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีพ่อแม่และญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนบ้านมาช่วยกันจัดสถานที่ต้อนรับแขกที่จะมาร่วมแสดงความเสียใจส่งดวงวิญญาณของผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย โดยบรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความหดหู่ ซึ่งพ่อของผู้ตายยังยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า มั่นใจเป็นฝีมืออดีตลูกเขยอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุก็ยังคงเป็น 2 ประเด็น คือเรื่องที่ตนเองให้ไฟแนนซ์ตามไปยึดรถจักรยานยนต์ที่เป็นชื่อลูกสาวคืน เพราะอดีตลูกเขยไม่เคยจ่ายเงินค่างวดและไม่เคยรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัวตัวเองแต่อย่างใด อาจจะสร้างคสามไม่พอใจ และอีกประเด็นคือเรื่องของการฟ้องหย่าที่เกิดขึ้นล่าสุดก่อนลูกสาวถูกฆ่าตายและนายท็อปอยู่กับลูกสาวเป็นคนสุดท้าย