หอการค้าฝั่งอันดามัน รับกระแสพะยูนน้อย"มาเรียม-ยามีล"จัดโครงการอันดามันโกล์กรีน
หอการค้าฝั่งอันดามันรับกระแสพะยูนน้อย"มาเรียม-ยามีล"จัดโครงการอันดามันโกล์กรีน ดันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและช่วยดูแลสัตว์ทะเลหายาก
ที่จังหวัดตรัง วันที่8กรกฎาคม นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าฝั่งอันดามัน กล่าวว่า ปรากฏการณ์การนำพะยูนน้อยมาเรียมมาเลี้ยงโดยทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทีมเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เกิดการกระแสในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ก็คือหญ้าทะเล
นายสลิล กล่าวอีกว่า ทางหอการค้าฝั่งอันดามันได้จัดโครงการอันดามันโกล์กรีน คือการผลักดันเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎบัตรของสหประชาชาติ ในอนาคตหากมีการผลักดัน พะยูนในจังหวัดตรังจะได้รับอาหารที่เพียงพอและปลอดภัย ในส่วนของการสนับสนุนนั้นยังอยู่ในการหารือของกลุ่มหอการค้าฝั่งอันดามัน เนื่องจากพะยูนเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ
"สำหรับกระแสของพะยูนน้อยมาเรียมในขณะนี้ทำให้ประชาชนทั่วประเทศได้รู้จักพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ที่จังหวัดตรัง ประมาณ 175 ตัว นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันดีว่าพะยูนจะอยู่ได้ก็ต้องมีหญ้าทะเล การปลูกและอนุรักษ์หญ้าทะเลจึงมีความสำคัญนอกจากจะเป็นอาหารของพะยูนแล้วหญ้าทะเลยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ชนิดต่างๆ ให้เจริญเติบโตขึ้นมา และยังสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านให้มีรายได้เลี้ยงชีพโดยการจับสัตว์น้ำมาจำหน่ายให้กับประชาชน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังคงผลัดเปลี่ยนกันดูแลพะยูนน้อยมาเรียมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอยู่น้ำทะเลวันละ 6-7 ชั่วโมง ในการป้อนนม การว่ายน้ำกับแม่ส้ม การพาไปกินหญ้าทะเล หลังจากนั้นในช่วงเวลากลางคืนก็ยังคงเวลาดูถึงแม้ว่าจะมีกล้องCCTV แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องออกไปดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่ดี"นายสลิล กล่าว