ตำรวจพบเหตุระเบิดรถสายตรวจตำรวจเจ็บ 6 นายฝีมือ 4 แกนนำเชื่อมโยงกลุ่มที่ระเบิดร้านชำ 2 ลูก

ภูมิภาค23 ก.ค. 2567 • 11:42 น.
ตำรวจพบเหตุระเบิดรถสายตรวจตำรวจเจ็บ 6 นายฝีมือ 4 แกนนำเชื่อมโยงกลุ่มที่ระเบิดร้านชำ 2 ลูก

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 ก.ค.67 เวลา 22.00 น. พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดริมถรรสายหาดใหญ่-ปัตตานี ม.9 บ้านทุ่งนเรนท์ ม.9 มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังได้รับแจ้งจึงรีบประสานหน่วยกำลังในพื้นที่รุดไปตรวจสอบพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อไปถึงพบแรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้พงหญ้าข้างทาง และห่างประมาณ 200 เมตรพบรถกระบะแบบหุ้มเกราะสีดำสี่ประตู สภาพถูกแรงระเบิดกระเด็นตกคูน้ำกลางถนนและยังทำให้ด้านหน้าห้องเครื่องยนต์พังเสียหาย และยังพบเจ้าหน้าที่ จำนวน 6 นายได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดขึ้นมาอยู่บนถนน จึงรีบลำเลียงทั้ง 6 นายส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ 1.ด.ต.สุริยา  อายุ 49 ปี 2.จ.ส.ต.สันติสุข  อายุ 32 ปี  3.จ.ส.ต.อัครพล  อายุ 35 ปี  4.ส.ต.อ.วีรการณ์  อายุ 36 ปี  5.ส.ต.ท.ศิงขริน  อายุ 25 ปีและ 6.ส.ต.อ.เกริกฤทธิ์  อายุ 33 ปี ซึ่งทั้ง 6 นายมีบาดแผลถลอกตามแขนขา หูอื้อและแน่นหน้าอก อาการปลอดภัย ในขณะที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางขาเข้าปัตตานีและให้ใช้เส้นทางเดียวไปก่อน เพื่อความปอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดร้อยเวร 20 สภ.หนองจิก ทั้ง 6 นาย กลับมาจากลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัย เมื่อเสร็จภารกิจจึงกำลังเดินทางกลับโรงพักหนองจิก ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วนน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนบริเวณเสาหลักกิโลเมตรริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถของเจ้าหน้าที่กระเด็นไปไกลถึง 200 เมตรตกคูน้ำข้างทาง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในรถต้องรีบออกจากตัวรถก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายซุ่มโจมตี ก่อนที่จะวิทยุขอกำลังเสริมและช่วยเหลือดังกล่าว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดระเบิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังคงปิดเส้นทาง และเปิดใช้เส้นทางเดียวให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปกลับปัตตานี-หาดใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุและห้ามไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปเพราะเกรงว่าคนร้ายอาจจะล่อลวงซุกระเบิดอีกเพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าที่เกิดเหตุ 

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณที่เกิดเหตุ ชุดพิสูจน์หลักฐานจึงได้เข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมวัตถุพยาน อาทิ ชิ้นส่วนระเบิด วงจรระเบิด รวมไปถึงวัตถุพยานต่าง ๆ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณที่เกิดเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ  ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่กล้สเข้าตรวจสอบ และต้องรอเจ้าหน้าที่ เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าเคลียพื้นที่โดยรอบให้ปลอดภัยก่อน

ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางหน่วยข่าวได้รับรายงานจากแหล่งว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาในพื้นที่ และมีการประชุมวางแผนในพื้นที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบสวนและเข้าตรวจสอบในพื้นที่แต่ไม่พบและเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนแล้ว เชื่อว่าเหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุในพื้นที่และตรงตามข้อมูลที่เข้ามาเคลื่อนไหวก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นไม่กี่วันและน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ลอบวางระเบิดหน้าร้านขายของชำในพื้นที่ ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กค.ที่ผ่านมา แต่โชคดีมีชาวบ้านเหตุจึงสามารถเข้าทำการเก็บกู้ไว้ได้ จำนวน 2 ลูก  ซึ่งกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้คาดว่ามีจำนวน 4 คนและมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี อทิ นายอาดูนัน นายอับดุลการิม  นายมะแอ  และ นายอาริฟัน 

ยังมีรายงานอีกว่า ก่อนจะเกิดระเบิดมีพยานพบเหตุบุคคลต้องสงสัยขับขี่รถ จยย.วนเวียนในที่เกิดเหตุช่วงก่อนจะเกิดระเบิดเพียงไม่นาน จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่จึงวางแผนร้ายหวังสังหารหมู่เจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์

 

ขณะที่ พล.ต.ต.สันทัศน์  เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วย พ.อ.ปรเมศ ศานุพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 สั่งระดมกำลังร่วมเฉพาะกิจกระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 1 กิโลเมตร และให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติเนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีอาวุธครบมือและพร้อมที่จะตอบโต้เกรงว่าจะเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่ายระหว่างปฏิบัติและได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติจากเบาไปหาหนักตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายได้มีการวางแผนและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มาตลอดจนรู้ว่าชุดดังกล่าวจะใช้รถกระบะเป็นพาหนะผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงนำระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วนมาซุกไว้ในช่วงกลางคืนก่อนจะกดชนวนระเบิดหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์