หนุ่มตกงานเมาคลั่ง​จับช้างของพี่ชายเป็นตัวประกัน​ ต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้และที่ดินมรดก

ภูมิภาค7 เม.ย. 2565 • 21:38 น.
 หนุ่มตกงานเมาคลั่ง​จับช้างของพี่ชายเป็นตัวประกัน​  ต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้และที่ดินมรดก
วันที่ 7 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เกิดเหตุนายไพรวัลย์ สมเลียน หรือแบงค์ อายุ 30 ปี ควาญช้างบ้านสำโรง ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เมาสุราคลุ้มคลั่งโวยวายถือมีดปลายแหลมบุกเข้าไปจับช้างสีดอ “มาริโอ้” อายุ 12 ปีเป็นช้างของนายขวัญชัย สมเลียน อายุ 32 ปีพี่ชายของตัวเองไปเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้จากช้างตัวดังกล่าวที่เป็นของพี่ชาย ทั้งเรียกร้องขอให้ครอบครัวเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ดินมรดก ที่พ่อแม่แบ่งให้ทำกินแล้ว 6 ไร่ จากทั้งหมด 37 ไร่ แต่ยังติดปัญหาที่น้าสาวนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งยังไม่ได้แบ่งแยกออกจากกันไปจำนองกับธนาคารไว้ จนทำให้นายไพรวัลย์ ไม่สามารถนำที่ดินที่พ่อแม่แบ่งให้แล้วไปแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายในครอบครัวของตัวเองได้ ประกอบกับนายไพรวัลย์ เพิ่งจะตกงานและมีปัญหากับภรรยา จนเกิดความเครียดสะสม จึงได้ก่อเหตุจับช้างของพี่ชายเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง โดยนายไพรวัลย์ ได้นำสีดอมาริโอ้ไปล่ามไว้บริเวณข้างกระท่อมในไร่อ้อย ซึ่งเป็นที่ดินที่พ่อแม่ยกให้ โดยมีชาวบ้านและควาญช้างคนอื่นๆ ที่ทราบข่าวต่างเดินทางไปดูและให้กำลังใจสีดอมาริโอ้ ที่ถูกจับไป แต่นายไพรวัลย์ ผู้ที่ก่อเหตุจับช้างไปก็ไม่ได้ทำอันตรายช้างก็ดูแลพาไปกินอาหารและน้ำอย่างดี เนื่องจากนายไพรวัลย์ เองก็เป็นควาญเคยมีช้างของตัวเอง และรับจ้างเลี้ยงช้างเหมือนกัน ขณะที่นายขวัญชัย เจ้าของหรือควาญช้างสีดอมาริโอ้ พร้อมภรรยา ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สตึก เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามเอาช้างคืน และดำเนินคดีกับน้องชายที่จับช้างไป โดยนายขวัญชัย ยืนยันว่า​ สีดอมาริโอ้ ขึ้นทะเบียนเป็นชื่อของตัวเองอย่างถูกต้อง ส่วนน้องชายก็เคยมีช้างที่พ่อแม่ซื้อให้ไว้ทำมาหากินแล้ว 1 เชือก แต่น้องชายยกให้ภรรยาที่เลิกรากัน แล้วจู่ๆ จะมาเรียกร้องสิทธิ์ส่วนแบ่งจากช้างตัวดังกล่าวอีกซึ่งก็ไม่ถูกต้อง ส่วนที่เรียกร้องเรื่องที่ดินนั้น​ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนเองเพราะพ่อแม่ก็แบ่งให้ลูกทั้ง 3 คนเหมือนกัน จริงแล้วน้องชายได้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ พอตัวเองมีปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาที่ตัวเองสร้างขึ้น แล้วก็มาก่อเหตุจับช้างที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง ซึ่งก็ไม่ถูกต้อง เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามนายไพรวัลย์ ก็ยอมรับว่า ได้จับช้างของพี่ชายไปจริง แต่ไมได้ทำร้ายช้าง แค่จับมาเพื่อต้องการจะต่อรองพูดคุยกับคนในครอบครัว เรื่องส่วนแบ่งรายได้จากช้างคัวดังกล่าวที่อ้างว่าตัวเองก็มีสิทธิ์ในช้างตัวนี้เหมือนกัน ทั้งอยากให้เคลียร์เรื่องปัญหาที่ดินที่พ่อแม่ยกให้ตนเองแล้ว 6 ไร่ แต่ยังติดปัญหาที่น้าสาวนำโฉนดไปจำนอง ทำให้ตนเองไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวได้เต็มที่ โดยเฉพาะตอนนี้ตนเองตกงานก็จำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนในครอบครัวเหมือนกัน แต่พอติดจำนองธนาคารก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.สตึก ก็ได้ลงพื้นที่พาเจ้าของไปเอาช้างสีดอมาริโอ้ คืน พร้อมทั้งได้ไปควบคุมตัวนายไพรวัลย์ ผู้ก่อเหตุที่บ้านเพื่อมาสอบปากคำที่ สภ.สตึก ส่วนจะดำเนินคดีข้อหาอะไรหรือไม่นั้น ต้องรอสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง