ผู้ว่าฯชัยภูมิ เข้มขนส่งตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าทุกคนทุกพื้นที่ป้องกันโควิด

ภูมิภาค23 มี.ค. 2563 • 11:45 น.
ผู้ว่าฯชัยภูมิ เข้มขนส่งตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าทุกคนทุกพื้นที่ป้องกันโควิด
วันนี้ (23 มี.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้า ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เรียกประชุมหารือด่วนผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อเตรียมการป้องกันและควบคุมเข้มติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ทุกตารางนิ้ว โดยมอบหมายให้นายประสิทธิ์ กล้าทำ ขนส่งจังหวัดชัยภูมิ นำเจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาเข้า ขาออก ด้วยการให้ผู้โดยสารจะเดินทางไปที่ต่าง ๆ เดินผ่านเข้าช่องทางตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน เพื่อวัดไข้ก่อนขึ้นรถโดยสาร หากผู้ใดมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซนเซียส ต้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจวัดไข้อย่างเข้มข้นอีกครั้ง หากไข้ไม่ลดจะถูกนำตัวรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที รวมทั้งรถโดยสารขาเข้าทุกคัน ต้องเข้าจอดที่ด้านหน้า บขส.ทุกคัน ให้ผู้โดยขาเข้าทุกคน โดยเฉพาะเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เข้าช่องทางตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน รวมถึงมีการจัดตั้งจุดวางแอลกอฮอล์ให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากขณะนี้ มีประชาชนชาวชัยภูมิ ที่ทำงานยังกรุงเทพฯ ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สถานที่กลุ่มเสี่ยงในกรุงเทพฯ ได้ปิดชั่วคราว ตามมาตรการการป้องกันการแพร่ของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้มีแรงงานเหล่านั้นเดินทางกลับบ้านเกิด นอกจากนั้นเก้าอี้นั่งรอรถโดยสารภายในสถานี บขส.ยังได้จัดพื้นที่ให้นั่งห่างกัน และยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทุกคน สวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วย ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ ยังไม่พบผู้โดยสารรายใดเป็นไข้อุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซนเซียส ด้านนายประสิทธิ์ กล้าทำ ขนส่งจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่ามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19นี้ การตรวจคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาออก ขาเข้า ตลอดทั้งวันนี้(23)ยังไม่พบผู้โดยสารคนใด มีอุณหภูมิในร่างกายเกิน 37.5 องศาเซนเซียส แต่อย่างใด ซึ่งมาตรการตรวจเข้มผู้โดยสารในสถานีขนส่งจังหวัดชัยภูมิ จะมีการทำอย่างต่อเนื่องเข้มข้นจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 จะคลี่คลาย และขอความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนที่กลับมาจาก กทม. และปริมณฑล ช่วยให้ความร่วมมือถ้าหาก ภายใน 14 วันควรแยกตัวเอง ไม่รับประทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่นผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ช้อน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอร์ 70% หลีกเลี่ยงการพูดคุยใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง หากมีไข้ ไอ เป็นหวัด ให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทันทีแล้วให้รีบแจ้ง อสม, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต. ในพื้นที่อีกด้วยต่อไป