ชายคลุ้มคลั่งทุบเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นวัดไผ่ล้อมโบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยา

ภูมิภาค21 พ.ย. 2566 • 07:46 น.
ชายคลุ้มคลั่งทุบเศียรพระพุทธรูปปูนปั้นวัดไผ่ล้อมโบราณสถานเก่าแก่สมัยอยุธยา

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ได้รับแจ้งจากนายกฤษดากร อินกงลาศ ช่างเมืองเพชรบุรี ประธานอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) จังหวัดเพชรบุรี ว่าได้รับจากแจ้งสมาชิก อส.มศ.เพชรบุรี มีผู้ชายคลุ้มคลั่งทำการทุบเศียรพระพุทธรูปองค์รองประธานภายในอุโบสถวัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่สมัยอยุธยา กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่บริเวณถนนพระทรง ติดกับเรือนจำกลางเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี ทำให้เศียรพระพุทธรูปแตกหักตกหล่นบนโต๊ะหินอ่อนด้าน พร้อมได้ประสานงานไปยัง น.ส.ศาริสา จินดาวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี น.ส.ปราจิน เครือจันทร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจสอบ 

 

เบื้องต้นทางชาวบ้านได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ดำเนินการจับกุมตัวไปดำเนินคดี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุว่า นายเสถียร อายุ 49 ปี เป็นบุคคลไร้บ้านที่มาอยู่อาศัยภายในอุโบสถวัดไผ่ล้อม (วัดร้าง) โดยเจ้าตัวยอมรับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นคนทุบทำลายเศียรพระพุทธรูป 

 

น.ส.ปิติพร ทรัพย์ดนตรี ประธานชุมชนวิหารใหญ่ – ไตรโลก กล่าวว่า เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา  ก่อนเกิดเหตุนายเสถียรได้คลุ้มคลั่งส่งเสียงดังโวยวาย และได้ยินเสียงดังโครมคราม เหมือนสิ่งของขนาดใหญ่กระแทรกตกลงกับพื้น แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู จนกระทั่งรุ่งเช้าพบว่า เศียรพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ด้านหน้าองค์พระประธาน หน้าตักประมาณ 40 นิ้ว หักเสียหายตกลงมาวางบนพื้นโต๊ะหินหน้าด้านหน้าองค์พระพุทธรูป พระเกศมาลาหัก องค์พระพุทธรูปมีร่องแตกร้าวเสียหาย จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี เข้ามาจับกุมตัวไปดำเนินคดีที่โรงพัก ทางนายเสถียรยืนรอบมอบตัว และยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว 

เบื้องต้นทราบว่านายเสถียรเป็นชายที่เคยเช่าบ้านอาศัยอยู่ในชุมชนนี้มาก่อน ต่อมาพ่อแม่เสียชีวิต จึงไม่มีบ้านอยู่อาศัย ประกอบกับไม่มีงานทำ จึงเข้ามาอาศัยอยู่ภายในโบสถ์วัดไผ่ล้อมเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน และเริ่มมีอาการคุ้มคลั่งชุมชนจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบุรีให้นำตัวนายเสถียรไปรักษาอาการป่วยจิตเวช ที่โรงพยาบาล ในพื้นที่ จ.นครปฐม กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน นายเสถียรได้กลับมาอยู่อาศัยภายในวัดไผ่ล้อม ก่อนจะมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งก่อเหตุหักเศียรพระพุทธรูปเสียหาย

ด้าน นายกฤษดากร อินกงลาศ ประธาน อส.มศ.เพชรบุรี กล่าวว่า วัดไผ่ล้อมเป็นวัดร้าง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับทางกรมศิลปากร ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณจากทางจังหวัดเพชรบุรีในการดำเนินการก่อสร้างหลังคาคลุมอุโบสถ และชาวชุมชนได้รวบร่วมเงินบริจาคในการจัดสร้างตาข่ายลวดติดเพดานโบสถ์เพื่อป้องกันนกพิราบถ่ายมูลสัตว์ทำให้องค์พระพุทธรูป และงานปูนปั้นประดับโบสถ์ได้รับความเสียหาย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าโบราณสถานบางแห่งยังมีความสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากการกระทำของมนุษย์ สัตว์ หรือเหตุสุดวิสัย ยิ่งถ้าพื้นที่ใดไม่รับความดูแลใส่ใจจากท้องถิ่น แม้ว่าชุมชนแห่งหนึ่งจะดำเนินการดูแลรักษาโบราณสถานตามบทบาทหน้าที่ของภาคประชาชนที่สามารถทำได้ แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ไม่มีคนเฝ้าดูแล ทำให้บุคคลภายนอกเข้ามาอยู่อาศัย และก่อเหตุสร้างความเสียหาย เรื่องนี้ต้องมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก 

โดยนักวิชาการและเจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ได้ดำเนินการสำรวจสภาพความเสียหาย พร้อมทั้งนำเศียรพระพุทธรูป ชิ้นส่วนที่แตกชำรุด ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เพื่อรอการบูรณะซ่อมแซม พร้อมทั้งให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ก่อเหตุตาม พรบ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ต่อไป