พายุฝนถล่ม สมุทรสาครอ่วม​ หลายพื้นที่บ้านพังเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด

ภูมิภาค6 พ.ค. 2564 • 15:24 น.
พายุฝนถล่ม สมุทรสาครอ่วม​ หลายพื้นที่บ้านพังเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพภูมิอากาศพายุฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะพื้นที่ๆ ติดกับชายทะเล ทั้งฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง มีบ้านเรือนหลายหลังและข้าวของพังเสียหาย อย่างเช่น ที่บ้านชายทะเลกาหลง หมู่ที่ 7 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “สะพานสายรุ้ง ชายทะเลกาหลง” และเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่มีบ้านเรือนปลูกสร้างอยู่ประมาณ 135 หลังคาเรือน ปรากฏว่ามีบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนและลมกระโชกแรง พัดพาคลื่นจากน้ำทะเล และลมหมุนเข้ามาบริเวณชายฝั่ง ทำให้บ้านเรือนเสียหายเกือบ 50 หลังคาเรือน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน บางบ้านเสียหายทั้งหลัง และบางบ้านก็เสียหายเป็นบางส่วน เช่น หลังคาบ้าน ประตู หน้าต่าง เสาเรือน ห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินหลายอย่างทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า โต๊ะม้าหินอ่อน หินกันคลื่น ฯลฯ ได้รับความเสียหายไปด้วยเช่นเดียวกัน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข ถูกไฟช๊อตบ้างเล็กน้อย โดยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้แล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ของทางอำเภอเมืองสมุทรสาคร อบต.กาหลง และผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่มาสำรวจความเสียหาย เพื่อนำไปสู่การเยียวยาช่วยเหลือต่อไป ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ชายทะเลกาหลง เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์พายุพัดถล่มนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดประมาณตี 4 โดยมีลมพัดแรงเป็นลูกเข้าหาชายฝั่ง อีกทั้งยังหอบคลื่นสูงจากชายทะเลพัดเข้าหาบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมชายทะเลอีกด้วย ทำให้บ้านเรือนหลายหลังคาเรือนได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน ซึ่งชาวบ้านชายทะเลกาหลงไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย พายุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง แม้แต่พายุปลาบึกที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วง 2 ปีที่แล้วก็ยังไม่รุนแรงเท่านี้ ส่วนที่พื้นที่หมู่6ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว ก็ได้เกิดเหตุลมพายุพัดบ้านเรือนราษฎรพังหลายหลัง และยังได้พัดทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงโค่นล้มลง14ต้นและเสาไฟฟ้าแรงต่ำ19 ต้นบริเวณถนนเลียบคลองพนังทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ ทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้ระดมกำลังทำการเอาออกและตั้งเสาไฟฟ้าใหม่โดยเร่งด่วน โดยทางนางขวัญดาว สุมนัส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักห้ากล่าวว่ามีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหว่าประมาณ10กว่าหลังคาเรือน ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือเบื้องโดยเร่งด่วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าที่แหล่งท่องเที่ยว “สะพานเขียว ชายทะเลรางจันทร์” (บ้านรางจันทร์) หมู่ 4 ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ก็กลายเป็นตำนานไปในพริบตา เหตุเพราะพายุลูกเดียวกันพัดถล่มสะพานเขียวที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นจุดแลนด์มาร์คในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ จนขาดพังลงตลอดทั้งแนวสะพาน อีกทั้งแผ่นปูนที่ทำเป็นเขื่อนกั้นแรงปะทะของคลื่นน้ำทะเลกับริมฝั่งนั้น ก็แตกหักพังลงอย่างน่าเสียดาย โดยชาวบ้านบอกว่า กว่าที่ชาวบ้านจะรวมกันเพื่อผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนสะพานเขียวจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเลือก และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติของพื้นที่ตำบลนาโคกนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ พอมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ ก็ทำให้ทุกอย่างที่เคยผลักดันสร้างกันมาสูญหายไปหมดสิ้น ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง รวมทั้งที่ฝั่งพื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นชายทะเลฝั่งตะวันออกของจังหวัดสมุทรสาคร ก็ถูกลมพายุพัดถล่มจนต้นไม้หักโค่น ล้มทับบ้านเรือนพังเสียหาย จนเจ้าหน้าที่ของ อบต.พันท้ายนรสิงห์ต้องรีบเข้ามาดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้ก็ยังมีบ้านหลายหลังคาเรือนถูกลมพัดเสียหายเป็นบางส่วนด้วยเช่นเดียวกันซึ่งทางจังหวัดและกาชาดจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป.