ยังไม่รู้ชะตากรรม 5 ชีวิตหายตัวปริศนาที่นครฯ พี่สาว-แม่ ร้องขอจนท.ค้นหา กังวลเหตุร้าย มั่นใจถูกหลอก
ยังไม่รู้ชะตากรรม 5 ชีวิตหายตัวปริศนา พี่สาว-แม่ ร้องขอจนท.ค้นหากังวลเหตุร้าย มั่นใจถูกหลอก เผยพฤติกรรมกดดันข่มขู่หนัก-หลอกเอาเงินแสน เชื่อ “ปลา”เป็นนกต่อในสถานบันเทิง เร่งล่าตัว 2 คนสำคัญตร.ยังขยายคดีไม่ได้-ทำได้แค่คดีพรากผู้เยาว์
กรณีกระแสข่าวการหายตัวไปของเครือญาติพร้อมกันถึง 5 ราย คือนางอุษา อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช น.ส.ชนนิกานต์ หรือน้องบีม อายุ 22 ปี นักศึกษาราชภัฏสุราษฏร์ธานี น.ส.ญาสุมินร์ หรือน้องรุ้ง อายุ 22 ปี (เพื่อน น.ส.ชนนิกานต์ ) ด.ช.พรพิพัฒน์อายุ 13 ปี หรือน้องฟอร์ด ด.ญ.ศิรประภา หรือน้องฟ้าใส อายุ 13 ปี
โดย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามเรื่องนี้ไปที่บ้านของ น.ส.พิทยารัตน์ จันทรมาศ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/1 หมู่ 9 บ้านไสกรูด ต.นาไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นญาติสนิทของทั้ง 5 คน และเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลขอความเชื่อเหลือไปยังแหล่งเผยแพร่ต่างๆจนเป็นข่าวโด่งดังถูกให้ความสนใจอย่างมาก
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังของนางสาวเพ็ญศรี พี่สาวของนางสาวอุษา และเป็นป้าของหลานที่หายไปพร้อมกัน ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกถึงพฤติการณ์ของนายลมกรด หรือแบงค์ เธอเชื่อว่าเป็นการล่อลวงมาตั้งแต่ต้น แม้จะพยายามพูดทัดทานให้ระวังตัวแต่น้องสาว ยังคงเชื่อว่านายลมกรด จะไม่หลอกลวงเนื่องจากอยู่ในสถานะว่าที่ลูกเขย ทั้งยังยอมขายที่ดิน 1 แปลงมูลค่ากว่า 3 แสนบาท หยิบยืมเงินเพื่อนบ้านอีกกว่า 1 แสนบาท อ้างว่าจะไปลงทุนกับนายลมกรดหรือแบงค์ เธอยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าหลายพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลและแฝงไปด้วยการกดดันหรือบังคับสังเกตได้จากอาการของน้องสาวที่มีความเครียดอย่างมาก
นางเพ็ญศรี ยังระบุด้วยว่าที่บ้านของนางอุษา นายลมกรดได้เข้าไปตัดกล้องวงจรปิดทั้งหมด ไม่สามารถใช้การได้ตั้งแต่เขาเข้ามา และเทียวไปเทียวมาหลายครั้ง เช่นเดียวกับที่บ้านเธอเองนายลมกรดและพวกใช้รถตู้คันที่ถูกจับยึดมาได้แล้วมาหาหลายครั้งเช่นกัน มีพฤติการณ์ทำตัวเหมือนคนมีฐานะ แต่มักจะเอาเงินของนางอุษาและลูกใช้จ่าย ทั้งหมดเป็นเงินของอุษา นับจากหลังจากเดินทางไปแล้วติดต่อได้เพียงครั้งเดียวคือวันที่ 14 เมษายน 2566 นางสาวอุษา เป็นฝ่ายโทรมาและได้สั่งในทำนองว่าให้ช่วยดูแลต้นทุเรียน ช่วยเปิดรดน้ำให้ด้วย หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เธอยังเชื่ออีกว่า นางปลา ที่มาด้วยกันหรือนางบังอร เป็นนางนกต่อ ที่ล่อลวงให้ น้องบีม มาพบกับนายลมกรดหรือแบงค์จนหลงเชื่อ ในขณะที่ทำงานอยู่ในแหล่งบันเทิงแห่งหนึ่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปที่บ้านอีกหลัง ในหมู่บ้านติดกันห่างจากบ้านหลังแรกไปราว 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบ้านหลักของนางอุษา พบนายสุพจน์ อายุ 49 ปี สามีของนางอุษาที่แยกกันอยู่ไปได้ราวกว่า 1 ปีแล้ว นั่งเฝ้าหน้าประตูบ้านอยู่ด้วยท่าทีเคร่งเครียด หน้าบ้านพบกล้องวงจรปิด ซึ่งพี่สาวยืนยันว่าถูกตัดไปตั้งแต่นายลมกรดหรือแบงค์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่สามารถบันทึกภาพได้เลย ส่วนนายสุพจน์ ระบุเพียงว่า มันจะทิ้งผมอยู่แล้ว ที่ไปแบบนี้มันต้องการหลบไปเงียบๆเชื่อว่าไปหลบอยู่แถวภาคเหนือ สักวันหนึ่งมันคงให้ลูกติดต่อมา แต่หลังจากนั้นปฏิเสธที่จะพูดต่ออ้างว่าจะคุยกับตำรวจพร้อมกันทีเดียว ขณะที่นางเพ็ญศรีได้ถามว่าแล้วไม่ห่วงลูกบ้างหรือ ไม่รู้จะเรียนที่ไหน จะอยู่อย่างไร ลูกคนโตคือบีมก็อพยพของจากราชภัฎสุราษฎร์ธานีแล้ว ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรอย่างน้อยต้องรู้บ้าง
และที่บ้านของนางสุจิต อายุ 75 ปี มารดาของนางอุษาและนางเพ็ญศรี และเป็นยายของหลานๆที่หายไปในคราวเดียวกันนี้ร่ำไห้ขอให้เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวช่วยติดตามค้นหาตัวลูกหลานกลับมาให้ได้ทั้งหมด และยอมรับว่าไม่รู้ชะตากรรมจากที่พฤติกรรมของนายลมกรด หรือแบงค์ที่เคยข่มขู่เรื่องมีปืนอยู่ในรถ
ส่วนความคืบหน้าคดี มีรายงานว่าพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เรียกนายตำรวจ ทั้งรองผู้กำกับการสืบสวนและรองผู้กำกับการสอบสวน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน นำสำนวนเข้ารายงานคดีที่ สตช.ในเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา และเร่งส่งทีมสืบสวนทั้งจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และกองบังคับการกองปราบปราม และตำรวจสอบสวนกลาง เข้าติดตามสืบสวนคลี่คลายคดี
วันเดียวกันที่ สภ.ท่าศาลา รถตู้สีขาวที่ถูกระบุว่าเป็นคันที่เป็นพาหนะนำบุคคลที่อยู่ในสถานะไม่สามารถติดต่อได้ทั้ง 5 คน นายลมกรดและพวกอีกรวม 3 คน รถตู้คันนี้ได้ถูกตรวจยึดมาไว้ที่ สภ.ท่าศาลา และจับกุมนายนพดล มาได้แล้ว ในข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์ หลังจากได้ทำการสอบสวนแล้วได้ให้ประกันตัวไปในวงเงิน 7 หมื่นบาท ส่วนนายลมกรด และนางบังอร ยังอยู่ในระหว่างการติดตามตัวจากทีมสืบสวนภาค 5 และทีมสืบสวนของแต่ละ สภ.ที่มีท้องที่ภูมิลำเนาของผู้ต้องหา
พันตำรวจเอกต่อศักดิ์ สาลีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ท่าศาลา ระบุว่าขณะนี้ยังคงติดตามตัวทั้ง 2 คนที่เหลือ โดยเฉพาะนายลมกรด จะเป็นคีย์แมนคนสำคัญของคดี เราตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายลมกรดพบว่ามีคดีฉ้อโกง 1 คดี แต่คดีได้มีการยอมความกันไปได้แล้ว และยังติดตามพฤติกรรมพบว่าไม่มีบุคลิกลักษณะที่โหดร้ายรุนแรง จึงยังมั่นใจว่าไม่น่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับบุคคลทั้ง 5
อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมจากฝั่งเจ้าหน้าที่ว่า สำหรับการนำไปสู่การขอหมายจับนั้นเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความยากลำบากเนื่องจากกรอบคดีนี้ พฤติการแห่งคดีตั้งต้นทำได้แค่คดีพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ดูแล เพียงข้อหาเดียวก่อน เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานใดๆหรือพฤติการใดๆที่นำไปสู่คดีอื่น โดยมีผู้ต้องหมายจับคือนายนพดล (ถูกจับและประกันตัวแล้ว) ส่วนอีก 2 คนยังอยู่ในระหว่างการติดตามคือนายลมกรด แสงสว่าง อายุ 36 ปีมีภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงใหม่ และนางสาวบังอร โทคะ มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดหนองบัวลำภู