สมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร้องศูนย์ดำรงธรรม และสนง.ศึกษาธิการจังหวัด คัดค้านขยายห้องเรียนโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด

ภูมิภาค8 ก.ค. 2564 • 02:15 น.
สมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร้องศูนย์ดำรงธรรม และสนง.ศึกษาธิการจังหวัด คัดค้านขยายห้องเรียนโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด
สมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร้องศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด คัดค้านการขยายห้องเรียนโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดร้อยเอ็ด วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น. นางวิไล จุฑางกูร นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยื่นหนังสือเรื่องผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดร้อยเอ็ด จากโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ดจะขยายห้องเรียนอนุบาลทั้งหมดไปโรงเรียนบ้านหนองผักแว่น และขอขยายห้องเรียนพิเศษไปโรงเรียนชุมชนบ้านประตูชัย ต่อ นายวีระวัฒน์ เถระวัลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด และนายชาญ คำป้อง รองศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด นางวิไล จุฑางกูร นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่าด้วยโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ดเป็นโรงเรียนยอดนิยม มีนักเรียนจำนวนมาก จะขยายอนุบาลทั้งหมดไปโรงเรียนบ้านหนองผักแว่น และขอขยายห้องเรียนพิเศษไปยังโรงเรียนชุมชนบ้านประตูชัย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ,ด้วยกันเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา ของท้องถิ่น และโรงเรียนเอกชน เป็นอย่างมาก โรงเรียนเอกชนได้คัดค้านมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน การขยายออกไปที่โรงเรียนอื่น ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพียงแค่รับเด็กเท่าที่โรงเรียนรับได้ ก็แก้ปัญหาได้แล้ว การแก้ไขที่ไม่ถูกวิธี จะส่งผลกระทบแผ่ออกไปเป็นวงกว้าง อนึ่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2555 และ(ฉบับที่3) พ.ศ. 2553 มาตรา 45 วรรค 2 กำหนดว่า "การกำหนดนโยบายและแผนการจัดการศึกษาของรัฐของเขตพื้นที่การศึกษาหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คำนึงถึงผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของเอกชน โดยให้รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับฟังความคิดเห็นของเอกชน และประชาชนประกอบการพิจารณาด้วย" ซึ่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ บัญญัติไว้ว่า ส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยเหลือรัฐในการจัดการศึกษา การดำเนินการของอนุบาลร้อยเอ็ด หากทำสำเร็จ ย่อมเป็นการทำร้ายเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลในการจัดการศึกษา เฉพาะเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ดได้ลงทุนไปแล้วหลายพันล้านบาท เอกชนเหล่านี้ จะต้องเลิกล้มกิจการไปและสูญเงินลงทุนอันมหาศาล ในส่วนของ สพฐ. โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก จะเลิกสถานศึกษาต่อไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงใคร่ขอให้พิจารณา ทบทวน การยายโรงเรียนของโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด เพราะผลกระทบมีมากจริงๆ โดยได้แนบรายละเอียดประกอบการพิจารณา 1. หนังสือทักท้วงๆ 2. หนังสือขอคัดค้านโครงการขยายโรงเรียนประกอบอื่น 3. หนังสือขอความอนุเคราะห์ทบทวนกรณีโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ดขยายห้องเรียนที่โรงเรียนอื่น 4. หนังสือประกาศต่างๆ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1