จนท.ย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดัง ปมถูกร้องเรียน ด้านหนุ่มโพสต์แจงอีกมุม ขอร้องเว้นหลวงพ่อไว้สักองค์
จากกรณี นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความและนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือ หมอปลา ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่วัดท่าพุราษฏร์บำรุง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดว่ามีการถูกซ้อมทรมาน ให้ทำสัญญาและเรียกค่าไถ่ หากจะออกมาก็ต้องจ่ายเงิน โดยมีคนอยู่ประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้องลักษณะเหมือนอยู่ในค่ายกักกัน ไม่เป็นไปตามการฟื้นฟู หากใครคิดหลบหนีก็จะถูกใส่กุญแจมือ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมา ผู้อำนวยการศูนย์บำบัด เผยว่า วันนี้พระครูปลัดประสิทธิ์ ลตินธโร เจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฏร์บำรุง ได้มรณภาพลงก่อนที่ทางทีมงานของทนายไพศาล จะเดินทางมาถึงที่วัดเพียง 15 นาที โดยเจ้าอาวาสสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ประกอบกับเครียดต่อเรื่องราวดังกล่าว จนอาการทรุดลง จนทางลูกศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมรณภาพลง
จากนั้น นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 นำรถทหาร มารับกลุ่มผู้บำบัด ที่อยู่ในเรือนนอนจำนวน 216 คน รวมถึง กลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน ไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็นการชั่วคราว
เนื่องจากเห็นว่าสถานที่เรือนนอนภายในศูนย์บำบัดมีความคับแคบ แออัด และไม่มีความพร้อมในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก จึงให้มีการเคลื่อนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คน ไปอยู่ที่ค่ายฝึก เขาชนไก่เป็นการชั่วคราวโดยทันที หลังขนย้ายกลุ่มผู้บำบัดเสร็จเรียบร้อย ได้มีการจัดทำประวัติของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด พร้อมติดต่อครอบครัว ให้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่และตัดสินใจว่าจะรับกลุ่มผู้บำบัดกลับบ้าน หรือจะส่งไปเข้ารับการบำบัดที่อื่นต่อ
อย่างไรก็ตาม หมอปลา ยืนยันว่า ตนได้รับการร้องเรียน รวมถึงมีหลักฐานยืนยันว่าสถานบำบัดแห่งนี้ มีการทำร้ายร่างกายผู้เข้ารับการบำบัด มีการกักขังผู้เข้ารับการบำบัดไว้ในโรงนอนที่มีความแออัด และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ขณะที่มีผู้เข้ารับการบำบัดอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนถึง216 คน พร้อมขอให้ผู้ว่าฯ พูดคุยสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้บำบัดโดยตรง เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์จะปิดบังข้อมูลไม่ให้ข้อเท็จจริง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ชี้แจงอีกมุมต่อเรื่องราวดังกล่าว ลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก คนเมืองกาญจน์ รีเทิร์น (คนเมืองกาญจน์ 2) โดยระบุว่า ผมจะเล่าให้ฟัง มีเด็กบำบัดที่ออกไป ร้องเรียนว่าถูกทุบตี เรียกเงิน เลยมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ
1. เรียกเงิน 50,000 หรือครึ่งแสน ขอตอบว่าทางวัด เรียกแค่แรกเข้า 1 ปี 12,000 บาท คือ 1 ปี ค่าใช้จ่าย ไปคุมประพฤติ หาหมอ อันนี้ญาติรับผิดชอบเอง
2. การกักบริเวณ คือ ศูนย์นี้เปิดมา เกือบ 20 ปี ทำการกักบริเวณมาได้ประมาณ 4 เดือน เพราะมีพฤติกรรมหลบหนี (บางคนไปขโมยรถชาวบ้าน ขโมยเสื้อผ้าบ้าง) เคยให้เล่นฟุตบอล ก็หนีหาย ออกมานั่งทำกิจกรรม ก็กระโดดกำแพงหนี
3.คุณมาถึงถามแต่คนข้างใน เขาก็พูดทุกอย่างละ เพื่อได้กลับ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวเขา นำมาให้อยู่ที่นี้ (ลองถามญาติ สักนิด ว่าอยากให้กลับไหม )
4.ที่เห็นเป็นแผล ไม่ใช่การทุบตี มันเป็นแผลโรค ผิวหนัง การตีมันมีจริงนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตีจนตาย อะไรขนาดนั้น
5.เรื่อง ข้าวบูด เป็นเพราะ เก็บมาตั้งแต่เช้า เอาไว้กินเย็น มันเลยบูด ทางวัด ให้กินข้าว 2 มื้อ เช้า เที่ยง
ลองถามดูครับ ก่อนจะตัดสินอะไร ตอนนี้ยังมีคนบำบัดอยู่นะ บางคนอยู่ต่อ บางคนอยู่ช่วยงานหลวงพ่อ บางคนอยู่สร้างแท่นพระพุทธรูปให้เสร็จ อยากให้ลองมาถามคนพวกนี้บ้าง ถามแต่คนข้างใน คนอยากจะออก พูดได้ทุกอย่างละครับ จะด่าอะไร เว้นหลวงพ่อไว้สักองค์นะครับ ท่านมรณภาพวันนี้ ผมจะมาชี้แจง ในฐานะที่ผมอยู่กับหลวงพ่อมา 7 ปี เท่าที่ผมทราบ