โผล่อีก! ผู้ปกครองเด็ก3ขวบ โพสต์ครูโรงเรียนเอกชนนครปฐมใช้เล็บจิกมือลูกเป็นแผล

ภูมิภาค30 ก.ย. 2563 • 18:52 น.
โผล่อีก! ผู้ปกครองเด็ก3ขวบ โพสต์ครูโรงเรียนเอกชนนครปฐมใช้เล็บจิกมือลูกเป็นแผล
มาอีก พ่อโพสต์คลงโซเชียล ลูกชายถูกครูพี่เลี้ยง เนอร์สเซอรี่ โรงเรียนเอกชน ใช้ความรุนแรงฝ่ามีมีรอยเล็บจิกเป็นแผลกลางฝ่ามือ ส่งตรวจร่างกายนาน 1 เดือนแล้วคดีไม่คืบ โดยทางโรงเรียนได้สั่งการให้ครูออกไปแล้ว ส่วนทางคดีตำรวจได้รับผลการตรวจร่างกายมาแล้วเตรียมนัดเพื่อสอบปากคำ 2 ฝ่ายอีกครั้งเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ขณะทางโรงเรียนเตรียมส่งทนายเข้าเจรจากับผู้เสียหายอีกครั้ง ด้านยายฉุนบอกขอดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด วันนี้ 30 กันยายน 2563 จากกรณี ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพและคลิบโดยได้ลงข้อความว่า “ขออนุญาติพื้นที่สื่อแชร์โพสนี้ด้วยค่ะมีอยู่ว่าเหตุการณ์เกิดวันที่28/8/63 ลูกชายกลับมาจากโรงเรียน ประมาณ4ทุ่ม ลูกชายก็ร้องเจ็บๆที่มือ แม่ก็เลยดูว่าพบรอยยิกที่มือเป็นรอย แบบเลือดซิปๆ เลยได้ติดต่อไปทางโรงเรียน สอบถามว่าลูกโดนเพื่อนทำร้ายรึป่าว แต่ได้คำตอบว่า เป็นครูพี่เลี้ยงชื่อครูนก เป็นคนทำน้องค่ะ พอแม่ได้ยินก็ตกใจมาก เช้ามาวันที่29/8/63 ได้พาน้องไปตรวจร่างกายที่ รพ. และไปแจ้งความ ที่โรงพัก แต่คดีไม่คืบหน้า ผ่านมา1เดือน แม่ก็ได้ติดตามเรื่องมาตลอด ได้รับคำตอบจากโรงพักว่า ยังไม้ได้รับใบจากทางรพ. ต้องรอใบก่อน พอไปติดต่อทาง รพ.บอกว่าออกใบมาให้แล้ว สอบถามผู้รู้ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ว่าจะทำอย่างไรได้บ้างค่ะกับเหตุการณ์นี้ ทุกวันนี้บาดแผลที่มือดีขึ้น แต่น้องยังนอนละเมอร้องเจ็บๆอยู่เลย” โดยในคลิบความยาว 20 กว่าวินาที ได้ปรากฏเป็นภาพในห้องเรียนมีนักเรียนเป็นเด็กเล็กอายุประมาณ 3-4 ขวบนั่งอยู่ในห้องเรียนและมีครูพี่เลี้ยงเป็นหญิง สวมเสื้อสีชมพู เดินตรวจการบ้านและช่วงจังหวะในคลิบได้มีการปรากฏเป็น ภาพครูพี่เลี้ยงได้เดินมาจับมือให้เด็กนักเรียนชายอายุประมาณ 3 ขวบให้มีการจับดินสอเพื่อเขียนหนังสือ แต่ช่วงที่มีการปล่อยมีออกได้ภาพเด็กชายคนดังกล่าว ได้ทำท่าร้องไห้ขึ้นมาทันที ก่อนที่คลิบจะตัดภาพออกไป ส่วนในภาพนิ่งปรากฏเป็นฝ่ามือของเด็กชายมีบาดแผลคล้ายรอยเล็บจิกอยู่บนฝ่ามือ จำนวน 5 รอย และมีภาพของกระดาษที่มีข้อความและรูปภาพของครูพี่เลี้ยงว่าทางโรงเรียนได้มีการดำเนินการให้ออกจากการทำงานไปแล้ว ซึ่งวันนี้ นายมนูญ ยิดไล้ อายุ 33 ปี พร้อมด้วย นางสาวสุทธิดา สามงามดี อายุ 28 ปี และนางสุภาพร โพธิ์หวี อายุ 56 ปี พ่อ แม่ และยาย ของน้อง พอท (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กที่ปรากฏในคลิบและภาพดังกล่าว ได้เดินทางมาพบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวเนื่องจากมีการได้เคยลงบันทึกแจ้งความไว้แล้ว โดยมีสื่อมวลชนได้ติดตามเข้าสอบถามในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนเอกชนในจังหวัดนนทบุรี ได้มีกระแสเป็นข่าวดังไม่กี่วันก่อนหน้า โดยมีพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีออกมารับการประสานงานและชี้แจงให้ทราบถึงการติดตามคดีดังกล่าว นางสุภาพร โพธิ์หวี อายุ 56 ปี ยายของน้องพอท (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ บอกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ครอบครัวของตนเองได้ประสบจริงกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ลูกเขยและลูกสาวได้โพสต์ลงโซเชียลเป็นเพราะว่าเห็นกรณีของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดนนทบุรี นั้นกำลังมีประเด็นดังในเรื่องนี้ ซึ่งหลานชายของตนเองนั้นเจอกับเรื่องนี้มาก่อน แล้วราว 1 เดือน นางสุภาพร บอกว่า เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมืองนครปฐม โดยหลังเลิกเรียนหลานชายได้กลับมาที่บ้านตามปกติ แต่ได้บอกกับแม่ว่า แฮนด์เจ็บ หมายถึงเจ็บมือ เมื่อมาดูก็พบว่ามีแผลขึ้นที่ฝ่ามือขวาจริงๆ จากนั้นได้สอบถามไปยัง ครูพี่เลี้ยง และได้บอกว่าเพื่อนแกล้งกันหรือไม่ แต่เมื่อส่งภาพไปให้ดูก็ได้รับคำตอบว่า ครูพี่เลี้ยง ชื่อ น. ได้เป็นคนทำเพราะน้องไม่ยอมทำการบ้าน และบอกว่าเป็นการที่เล็บไปเกี่ยวกับมือเด็กเท่านั้น จากนั้นในวันที่ 29 สิงหาคม ได้นำหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม เพื่อเอาความผิดเรื่องการทำร้ายร่างกายและทางโรงเรียนได้แจ้งว่าได้ทำเรื่องให้ ครูพี่เลี้ยง น. ออกจากการทำงานไปแล้วและส่งครูมาพูดคุยพร้อมนำกระเช้ามาให้ ซึ่งจากนั้นได้มีการติดตามในเรื่องของคดีว่าจะมีการดำเนินการได้อย่างไร โดยทางพนักงานสอบสวนบอกว่าต้องรอเอกสารหลักฐานจากทางโรงพยาบาลมาเพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง ซึ่งในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำเอกสารผลการตรวจมาจากทางโรงพยาบาลแล้ว แต่ตั้งแต่วันที่มีการส่งปลดครูพี่เลี้ยงไปก็ยังไม่ได้มีการติดต่อกลับมาอีกและไม่ได้ให้หลานไปเรียน เพราะเด็กยังอยู่ในอาการหวาดผวา ไม่กล้าใส่ชุดนักเรียน โดยยังฝังใจกับบาดแผลที่ฝ่ามือโดยตนเองจะต้องคอยปลอบใจหลาน ซึ่งวันนี้เห็นว่าทางโรงเรียนจะได้ส่งทนายมาพบกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนแต่ก็มา โดยแจ้งว่าจะขอนัดถัดไป “ ฉันเห็นแผลหลานฉันก็ตกใจว่าทำไมเป็นแผลเยอะขนาดนี้ ซึ่งทุกเราเลี้ยงหลานเรามาก็ไม่เคยตีเลยสักครั้ง แล้วมาเจอแบบนี้เรารับไม่ได้ ซึ่งหลานเราปกติเป็นเด็กเรียบร้อยไม่ค่อยพูด เรื่องไม่เขียนการบ้านก็ไม่รู้ว่าจะทำรุนแรงทำไม จริงๆก็อยากให้โรงเรียนติดกล้องทุกจุดทั้งทางเดินและที่ลับตาถ้าเกิดมีใครโดนอีกจะได้มีหลักฐานให้ดู ซึ่งเรายืนยันว่าจะขอแจ้งความเอาความผิดกับครูพี่เยงคนนี้เรื่องการทำร้ายร่างกายแน่นอน” นางสุภาพร กล่าว ส่วน นางสาวสุทธิดา แม่ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าว เพราะเกรงว่าพูดอะไรออกไปจะเสียรูปคดี แต่ให้ข้อมูลว่าหลังจากที่มีการโพสต์ภาพและคลิบดังกล่าว ครูพี่เลี้ยง น. ได้โทรมาหาตนเองเพื่อต้องการให้ลบโพสต์ออกไป แต่ทางสามียังไม่ลบเพราะกลัวว่าเรื่องดังกล่าวจะเงียบหายและให้สังคมช่วยกันตรวจสอบเรื่องนี้และตอนนี้ได้ให้ลูกชายออกจากโรงเรียนนี้แล้ว แต่ก็มีผู้ปกครองโทรมาสอบถามตนเองเพราะลูกหลานก็มีอาการหวาดกลัวโรงเรียน และพยายามไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดมาดูแต่ก็ไม่ได้รับให้มา ส่วนที่ได้มาคือเป็นคลิบสั้นๆ จากโรงเรียน ซึ่งถ้ามีคลิบยาวอาจจะเห็นเหตุการณ์ได้มากกว่านี้ ซึ่งตนเองไม่ได้เจตนาทำลายชื่อเสียงโรงเรียน แต่ต้องการให้มีการออกมารับผิดชอบและดำเนินคดีกับครูที่ก่อเหตุ และหวั่นจะเป็นแบบโรงเรียนที่เป็นกระแสดังในขณะนี้ ส่วนแนวทางในการดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำไปแล้วเบื้องต้นกับผู้เสียหายและได้นำเอกสารทางการแพทย์มาแล้วโดยได้รับการประสานงานจากทนายความของโรงเรียนเอกชนชื่อดังในจังหวัดนครปฐมว่าจะเข้ามาพบกับครอบครัวผู้เสียหายในไม่กี่วันนี้เพื่อทำความเข้าใจและตกลงร่วมกัน ส่วนทางคดีก็จะเอาหลักฐานต่างๆมาประกอบในการรวมรวมข้อมูลโดยจะต้องดูว่าเหตุที่เกิดเป็นการทำร้ายร่างกาย หรือการลงโทษเด็ก หรือลงโทษแล้วเกินกว่าเหตุถ้าเกินกว่าเหตุแล้วผู้ปกครองประสงค์จะดำเนินคดีก็จะมีการเดินหน้าไปโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย