มุมมองต่อแม่น้ำโขงของประเทศมหาอำนาจ...สถานทูตจีน VS สถานทูตสหรัฐอเมริกา สถานทูต 2 ประเทศ พูดถึงเขื่อน และแม่น้ำโขงอย่างไร
The MATTER มีรายงานเกี่ยวกับ สถานทูตจีน VS สถานทูตสหรัฐอมริกา สถานทูต 2 ประเทศ พูดถึงเขื่อน และแม่น้ำโขงอย่างไร ได้อย่างน่าสนใจดังนี้
ประเด็นเรื่องเขื่อน และแม่น้ำโขง กลายมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้ง หลังจากที่เพจเฟซบุ๊กของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์อธิบายถึงข้อมูล เกี่ยวกับเขื่อน และสถานการณ์ในแม่น้ำโขง การปล่อยน้ำ รวมถึงภัยแล้งที่เกิดขึ้น และได้มีการอ้างอิงถึงประเทศสหรัฐฯ ซึ่งหลังจากนั้น ทางเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเอง ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลของแม่น้ำโขงบ้างเช่นกัน ในข้อมูลที่ต่างกัน
โพสต์ของสถานทูต 2 ประเทศ ออกมาพูดถึงเขื่อน และแม่น้ำโขงอย่างไร ? ข้อมูลแตกต่างหรือคล้ายคลึงกันหรือไม่ ? มีความขัดแย้งอะไรกันบ้าง The MATTER สรุปมาให้แล้ว
สถานทูตจีน
เพจสถานทูตจีนได้ออกมาโพสต์ถึงเขื่อน และแม่น้ำโขงแล้วถึง 4 โพสต์ 4 ความคิดเห็น ได้แก่เรื่อง
1) การสร้างเขื่อนจะทำให้น้ำเยอะขึ้นในหน้าฝนและน้อยลงในหน้าแล้ง เป็นต้นเหตุที่แม่น้ำโขงตอนล่างเกิดน้ำท่วมและภัยแล้งบ่อยครั้ง
2) เขื่อนในแม่น้ำล้านช้างทำให้ตอนล่างยิ่งแล้งขึ้น ควรรื้อถอนออกไป
3) สถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบันเกิดจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนในแม่น้ำล้านช้าง
4) เขื่อนในแม่น้ำล้านช้างควรปล่อยน้ำมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งภาคอีสานของไทย
โดยข้อมูลของสถานทูตอธิบายว่า โครงการชลประทานก็เป็นธนาคารของแม่น้ำ หน้าฝนเก็บน้ำ หน้าแล้งปล่อยน้ำ เป็นหลักประกันที่ขาดมิได้ในการรับมือกับน้ำท่วมหรือภัยแล้ง ทั้งประเทศอย่างสวีเดน นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ มีโครงการชลประทานในแม่น้ำมากกว่า 90% สหรัฐฯ มีอ่างเก็บน้ำ 84,000 แห่ง แม่น้ำ 96% ได้สร้างเขื่อน โดยแม่น้ำมิสซิสซิปปีโดดเด่นที่สุด ทั้งสหรัฐฯ ยังได้ลงทุนสร้างเขื่อนในต้นน้ำที่แคนาดา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในแม่น้ำโคลัมเบียตอนล่าง และการพัฒนาโครงการชลประทานในแม่น้ำโขง ยังน้อยกว่าสหรัฐฯ และในยุโรปมาก
นอกจากนี้ จีนได้บริหารจัดการพิเศษ ให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงจากแม่น้ำล้านช้างมากกว่า 2 เท่าตัวของน้ำไหลเข้าโครงการ ทั้งชลประทานในแม่น้ำล้านช้างมีบทบาทในการเพิ่มปริมาณน้ำในหน้าแล้ง ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาไม่ได้ลดลง แต่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายงานล่าสุดจากคณะกรรมการแม่น้ำโขงยังระบุว่า หน้าแล้งปี 2019 และ ปี 2020 ปริมาณน้ำมาจากแม่น้ำล้านช้างมากกว่าช่วงหน้าแล้งปีก่อนๆ
ข้อมูลจากคณะกรรมการแม่น้ำโขงระบุว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2019 เป็นต้นมา ลุ่มแม่น้ำโขงพื้นที่ส่วนใหญ่เกิดความแห้งแล้งและฝนน้อยอย่างต่อเนื่อง และสาเหตุหลักของความแห้งแล้งในแม่น้ำโขง มาจากปริมาณน้ำฝนน้อยในพื้นที่ส่วนใหญ่ของแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง และสาเหตุที่ทำระดับน้ำที่เวียงจันทน์แม่น้ำโขงตอนกลางในปี 2019 และปี 2020 ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ คือน้ำฝนลดลง
ในโพสต์สุดท้าย ได้ชี้แจงว่า เขื่อนจีนจะมีบทบาทน้อยลงในการปรับระดับน้ำตั้งแต่เวียงจันทน์ลงไป ทั้งภาคอีสานอยู่ห่างไกลจากจีน จังหวัดเลยซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดกับจีนห่างจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจิ่งหงประมาณ 900 กิโลเมตร แม่น้ำล้านช้างไหลออกจากจีนแล้วต้องใช้เดินทางไกล 900 กิโลเมตรจึงไปถึงภาคอีสานของไทยได้ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเดินทางระยะทาง 900 กิโลเมตร ทั้งการที่น้ำเพิ่มจากแม่น้ำล้านช้างมีผลเฉพาะต่อสายหลักของแม่น้ำโขง มีผลน้อยมากต่อแม่น้ำส่วนใหญ่ในภาคอีสาน
ทั้งสุดท้ายแล้ว ยังมีการชี้แจงว่า ปัจจุบัน ประเทศลาว ไทย กัมพูชาและเวียดนามต่างได้สร้างโครงการชลประทานในสายหลักและสายย่อยของแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำที่กักเก็บมากกว่าเขื่อนที่สร้างในแม่น้ำล้านช้าง เมื่อลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วม ประเทศใดประเทศเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งระบบด้วย
สถานทูตสหรัฐฯ
ด้านสถานทูตสหรัฐฯ ได้โพสต์ถึงบทความแสดงความคิดเห็นโดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ในชื่อ ‘รักษ์แม่โขง: สายโลหิตทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงทั้งภูมิภาค’
โพสต์ของสหรัฐฯ ชี้แจงความเห็นว่า แม่น้ำโขงไม่ใช่สมบัติของประเทศใดประเทศหนึ่ง แม่น้ำโขงไหลผ่านจีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ได้เห็นว่า ประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่างประสบภัยแล้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ แม้ว่าภัยดังกล่าวอาจเกิดจากหลายปัจจัย แต่การศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม่น้ำโขงเผชิญกับการสร้างเขื่อนจำนวนมากที่ตอนบน ทั้งสถานทูต ยังชี้ว่า ตามข้อมูลจากดาวเทียมบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำบริเวณต้นน้ำในจีนมีอยู่เหลือเฟือ ทำให้เกิดข้อกังขาสำคัญๆ รวมทั้งคำถามที่ว่าเหตุใดจึงไม่มีน้ำในปริมาณที่มากกว่านี้ไหลมาจากจีน
ความเห็นของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังสนับสนุนความพยายามของประชาชนและรัฐบาลไทย ที่สั่งให้หยุดแผนการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขงบางส่วนที่ฝั่งชายแดนไทย และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการบริหารจัดการเขื่อนตามแนวแม่น้ำโขง รวมถึงได้พูดถึงการอ้างของจีน ที่ออกไปลาดตระเวนลุ่มน้ำโขงนอกอาณาเขตของตน ในลาวและเมียนมานั้น เพื่อการปราบปรามขบวนการอาชญากรรม แต่จีนกลับยังไม่สามารถยับยั้งได้
สหรัฐฯ ยังได้พูดถึงการช่วยเหลือโครงการต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งเงินทุน และการร่วมมือต่างๆ และสุดท้าย ยังได้ย้ำถึง มิตรภาพ 200 ปี ระหว่างไทย และสหรัฐฯ ด้วย
ก่อนหน้านี้ The MATTER ได้สัมภาษณ์นักวิชาการที่ศึกษา และติดตามข้อมูล ถึงสถานการณ์ของเขื่อน และแม่น้ำโขงเอาไว้ ใครสนใจประเด็นนี้ เพิ่มเติม เข้าไปอ่านกันได้ที่ : https://thematter.co/social/mekong-river-and-dam/109033
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/posts/2965084323538353
https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/posts/2965127213534064
https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/posts/2967299546650164
https://www.facebook.com/ChineseEmbassyinBangkok/posts/2967419179971534
https://www.facebook.com/…/a.11947256807…/3168994269788360/…#mekongriver #TheMATTER
ขอขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก TheMATTER
ภาพประกอบข่าวจาก TheMATTER ,สยามรัฐ ,ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย