มวลน้ำที่ผันมาจากโคราช แก้วิกฤติแล้ง ถึงอ่างห้วยจระเข้มาก หล่อเลี้ยงเมืองบุรีรัมย์
มวลน้ำก้อนแรกที่ผันมาจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ จ.นครราชสีมา ระยะไกลกว่า 140 กม. เพื่อแก้วิกฤตแล้งถึงอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปา หล่อเลี้ยงประชาชนและเขตเศรษฐกิจเมืองบุรีรัมย์แล้ว เป้าหมายทั้งหมด 10 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ระเหยรั่วซึมระหว่างทางคาดจะเหลือน้ำ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร มั่นใจเพียงพอผลิตประปาถึงหน้าฝน
(19 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ทางโครงการชลประทานบุรีรัมย์ บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานในพื้นที่จังหวัด รวมถึงสำนักชลประทานที่ 8 ทำการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ผ่านลำน้ำต่างๆ มาระยะทางไกลกว่า 140 กิโลเมตร เพื่อเติมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ผลิตประปา หล่อเลี้ยงประชาชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญในตัวเมืองบุรีรัมย์ เป้าหมาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคจากภาวะภัยแล้งเป็นครั้งแรก หลังจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากลดต่ำสุดในรอบ 30 ปี
ซึ่งล่าสุดมวลน้ำก้อนแรกที่ผันมาจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ ถึงอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากแล้วและคาดว่าปริมาณน้ำที่ผันมาจะไหลเข้าอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป้าหมายในการผันน้ำทั้งหมด 10 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่คาดว่าจะระเหยรั่วซึมตามธรรมชาติระหว่างทาง จะเหลือน้ำเข้าอ่างประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งมั่นใจว่าจะเพียงพอสำหรับใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนและเศรษฐกิจเมืองบุรีรัมย์ ได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. หรือช่วงหน้าฝนอย่างแน่นอน
นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มีน้ำอยู่ประมาณ 1,070,000 ลูกบาศก์เมตร แต่หากได้น้ำที่ผันมาจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศเพิ่มเติมแล้ว มั่นใจว่าจะมีน้ำดิบผลิตประปาบริการประชาชนได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ค.2562 หรือช่วงหน้าฝนพอดี ถึงแม้จะมั่นใจว่าน้ำที่ผันมาเติมจะเพียงพอผลิตประปาได้จนถึงหน้าฝน แต่ก็อยากขอความร่วมมือประชาชน ให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย
อย่างไรก็ตาม หากฝนมาช้ากว่าปกติ ทางโครงการชลประทานก็ได้เตรียมแผนสองไว้รองรับ คือการขุดร่องชักน้ำที่เหลือก้นอ่างมาสำรองผลิตประปาได้อีก