ชาวบ้านรวมตัวบุกยื่นหนังสือร้องเรียนหลังเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์)
“ชาวบ้าน 34 ตำบล 10 อำเภอ 5 จังหวัด ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) ระหว่างเมืองวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ตะวันตก บุกยื่นหนังสือที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และบุกยื่นหนังสือที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่”
จากกรณีประชาชนหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 44 หมู่ที่ 1 ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม จำนวนกว่า 500 คน 405 หลังคาเรือน ที่ได้รับผลกระทบจะถูกเวนคืนที่ดินจากโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) ระหว่างเมืองวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ตะวันตก เป็นมอเตอร์เวย์ แบบปิดมีด่านเก็บเงิน แนวโครงการจะเริ่มตั้งแต่ถนนพระราม 2 ไปสิ้นสุด จ.พระนครศรีอยุธยา ระยะทางก่อสร้างจะยาว 98 กิโลเมตร บางจุดยกสูงลอยฟ้า บางจุดราบลงพื้นดิน ได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทตัวแทนสำนักงานแผนงาน กรมทางหลวง เพื่อหารือมาตรการป้องกันแก้ไข และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่หอประชุมพระอุบาลี ชั้น 2 โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา อ.สามพราน จ.นครปฐม
โดยในการประชุมประธานหมู่บ้าน และลูกบ้านก็ ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะเส้นทางที่มอเตอร์เวย์ผ่านเป็นแหล่งชุมชนจำนวนมาก เช่น หมู่บ้าน โรงพยาบาล โรงงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย ฯลฯ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักที่มอเตอร์เวย์จะวิ่งผ่าน ทั้งนี้ อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาไปพิจารณาการออกแบบทบทวนกันใหม่ เพราะมันกระทบกันหลายฝ่าย ถ้าโครงการนี้ไม่ยกเลิก หรือหาทางแก้ไขไม่ได้ประชาชนก็จะรวมตัวกันคัดค้านแบบนี้ตลอดไปตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 26 มีนาคม 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ และบุกยื่นหนังสือที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถนนพระราม 6 เขตพญาไทพร้อมกันทั้ง 2 ที่ แกนนำชาวบ้านทั้ง 34 ตำบล 10 อำเภอ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร จ.นครปฐม จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เข้ายื่นเอกสารให้ “ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพรวมถึงเป็นที่ยอมรับของประชาชนหรือไม่ และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ อย่างไร ” โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ด้านตะวันตก โดยมอเตอร์เวย์ ทางขึ้น ลง ด่านเก็บเงินลงผ่ากลางหมู่บ้าน และผ่านโรงงาน โรงพยาบาล ไร่ นา สวน โดยประชาชนไม่รู้เรื่อง ไม่มีการประชาพิจารณ์ จึงรวมตัวเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบโครงการนี้
โดย มีนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนของท่านทุกตำบลที่ยื่นในครั้งนี้ ก็จะตรวจสอบผลเรื่องงบประมาณแผ่นดิน และวิเคราะห์ ประเมินผลสรุป ตามที่ผู้ร้องเรียนมาทุกเรื่อง แล้วนำส่งผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาอีกต่อไปว่าจะสรุปผลออกมา แล้วจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
นายปิยะ กล่าวต่อว่า จะใช้เวลาในการตรวจสอบวิเคราะห์ความคืบหน้าประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต่อไปโดยนายฉัตรชัย เทศนิยม ประธานหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 44 ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า การที่เข้ามายื่นเอกสารให้ผู้ว่าตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในครั้งนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 มี.ค.62 ที่ผ่านมาได้ไปออกรายการถ่ายทอดสดทางสถานีประชาชน ช่องไทยพีบีเอส ซึ่งในช่วงรายการที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันตก ทางเจ้าหน้าที่ของที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันตกบริษัทที่ปรึกษาสำรวจได้ชี้แจงว่า พื้นที่จุดอ่อนไหวเราจะหลีกเลี่ยงเลยนะครับ เช่น วัด หมู่บ้าน โรงพยาบาล เราก็จะเปลี่ยนแนวทันที เพราะเราต้องมาทำความเข้าใจ ทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์ แต่สรุปที่ดูจากผังแบบแปลนที่ทางเจ้าหน้าที่แสดงให้ดูมันตรงกันข้ามกับคำที่พูดออกมา เส้นทางได้ตัดผ่านชุมชนใหญ่ โรงงานจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเวียนคืนจำนวนเป็นเงินมหาศาลแน่นอน นี่ยังไม่รวมถึง หมู่บ้าน โรงพยาบาล ที่เป็นจุดที่อ่อนไหวอีกจำนวนมาก จึงสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินอย่างเห็นได้ชัด
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า เป็นที่ข้องใจกับประชาชนจำนวนมากว่าทำไมไม่มีการประชาพิจารณ์ แบบสอบถามให้ประชาชนรับทราบเลย ประชาชนที่โดน(มอเตอร์เวย์) ผ่านทุกหลังไม่เคยรู้ตัวมาก่อนมารู้ตัววันที่ไปประชุมกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มที่ 14 แล้วกลุ่มที่ 1 จนถึงกลุ่มที่ 13 ทำไมไม่เชิญเราประชุม และที่เจ้าหน้าที่บอกว่าเหมาะสมวัดกันที่คะแนนประเมิน แล้วใครเป็นผู้ประเมินก็ที่ปรึกษาคณะกรรมการที่แต่งตั้งมา ทำไมทางที่ปรึกษาไม่ลงพื้นที่ให้ประชาชนประเมินว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง แล้วเอาอะไรมาวัดว่าอนาคตจะไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เท่ากับหมู่บ้านต้องติดกับทาง ขึ้น ลง (มอเตอร์เวย์) ไหนจะเรื่องฝุ่น ควัน เสียงรถ ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน นี้หรือที่ประเมินด้านสิ่งแวดล้อมผ่านแล้วแล้วแบบนี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบกับประชาชนที่จะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ อยากจะถามผู้ออกแบบว่าท่านเอาทาง ขึ้น ลง ผ่ากลางหมู่บ้านแบบนี้ “ท่านเอาสมองส่วนไหนคิด” สุดท้ายถ้าเป็นแบบนี้ ยิ่งจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่ถูกวัตถุประสงค์จะทำให้รัฐศูนย์เสียงบประมาณจำนวนมากที่สุด มันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง สุดท้ายนี้อยากให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เร่งตรวจสอบโครงการนี้โดยเร่งด่วนก่อนที่จะสายเกินไป นายฉัตรชัย กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน จ.ส.อ. วราห์ จันทร์ทอง นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ สำนักตรวจสอบพิเศษ ที่ 1 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) กล่าวว่า จะรีบตรวจสอบไปทางกรมทางหลวงให้คำชี้แจง ต้องดูสัญญาของบริษัทที่ปรึกษาระหว่างทางหลวงกับบริษัทที่ปรึกษาว่าสัญญาเป็นอย่างไร เอางบตัวไหนไปดำเนินการ
จ.ส.อ. วราห์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ไม่สามารถตอบให้พวกเราทราบได้ว่าจะสรุปอย่างไรต้องขอตรวจสอบสัญญาก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง