รอง อทช. สั่ง จนท. ทช. ระดมชุดดับไฟป่า "พรุควนเคร็ง" หลังเกิดปะทุอีกรอบบริเวณป่าเสม็ดขาว นครศรีธรรมราช
วันนี้ (1 ส.ค.62) นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งการให้นายสมไชย เก้าเอี้ยน หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 44 และ นายสุริยา ชัยชุมพล หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 15 จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำกำลังเจ้าหน้าที่ ทช. เข้าช่วยดับไฟป่าพรุ บริเวณป่าเสม็ดขาว หมู่ที่ 4 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดการปะทุของไฟป่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นรอบที่สองในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่าไฟป่ายังคงลุกลามเข้าใกล้แหล่งชุมชนจำนวน 2 จุด คือในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.การเกด อ.เชียรใหญ่ และ ในพื้นที่ หมู่ที่ 12 ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังกว่า 100 นาย พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเข้าควบคุมไฟป่า เพื่อป้องกันและสกัดกันไม่ให้เปลวไฟลุกลามไปยังบริเวณบ้านเรือนชุมชน ที่อยู่อาศัยและสถานที่ของทางราชการที่อยู่ใกล้เคียง รวมพื้นที่ไฟไหม้ประมาณ 400 ไร่ “ ป่าพรุควนเคร็ง “ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ,อำเภอเชียรใหญ่ , อำเภอหัวไทร , อำเภอชะอวด , อำเภอร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช อำเภอควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา ในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 2 แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบ ๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคน ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968ไร่
นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า จากกรณีเกิดไฟไหม้ป่าพรุ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 15 และ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 44 สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สงขลา) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกันเร่งบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยดับไฟไหม้ป่าเพื่อควบคุมไฟป่าไม่ให้เกิดเหตุลุกลามไปยังบ้านเรือนของราษฏรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชน ส่วนแนวทางการปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้ฝากเจ้าหน้าที่เน้นย้ำเรื่อง ความปลอดภัย ความพร้อม( ร่างกาย อุปกรณ์ ยานพาหนะ การสื่อสาร การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ) ประสานงานทุกภาคส่วน 4 เฝ้าระวัง และ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงขอเป็นกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย