จี้สอบการเคลื่อนย้ายแรงงานลาวกว่า 200 คน เข้าหนองคาย เพิ่มภาระให้ทางราชการ สร้างความหวั่นวิตกโรคโควิด-19 ให้ชาวหนองคาย
จี้สอบการเคลื่อนย้ายแรงงานลาวกว่า 200 คน เข้าหนองคาย เพิ่มภาระให้ทางราชการ สร้างความหวั่นวิตกโรคโควิด-19 ให้ชาวหนองคาย ตรวจสอบพบทำเป็นขบวนการตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ทิ้งปัญหาให้จังหวัดแบกรับภาระ รวมทั้งการเจรจาทางการลาวเพื่อส่งกลับ
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลเมืองหนองคาย ร่วมกับ ตม.หนองคาย ,สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีชัย และ อสม. ในพื้นที่ ร่วมกันออกตรวจคัดกรองสุขภาพแรงงานที่มารวมตัวกับบริเวณหน้าด่านพรมแดน จ.หนองคาย จำนวน 220 คน โดยเป็นแรงงานที่เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 3-6 พ.ค. 2563 จากหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร , สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สุรินทร์ เชียงใหม่ ฯลฯ ผลการตรวจทุกอาการปกติดี แรงงานส่วนใหญ่พักอยู่ห้องเช่าบริเวณหน้าด่าน และพักในรีสอร์ทห้องเช่าบริเวณใกล้ๆ ด่านฯ
โดยแรงงานชาวลาวทั้งหมดไม่สามารถข้ามกลับได้ เนื่องจากช่วงนี้มีการปิดด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ทั้งฝั่งไทย และฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนฯ ฝั่ง สปป.ลาว ขอความร่วมให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ตรวจเช็คและส่งข้อมูลให้เพื่อจะได้นำเสนอในระดับสูง เพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา
โดยจากการตรวจสอบของสื่อมวลชนพบว่า จังหวัดหนองคาย มีประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่ (https://siamrath.co.th/n/147092) และหน่วยงานส่วนกลางก็มีคำสั่งชัดเจนเรื่องการห้ามเคลื่อนย้ายคน (https://www.prachachat.net/politics/news-458711)
โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 5 เม.ย. 2563 แรงงานชาวลาวที่ทำงานในไทยเดินทางมารอข้ามด่านกลับภูมิลำเนา ที่ สปป.ลาว หลังสถานประกอบการถูกสั่งปิด ตามมาตรการของรัฐบาลไทยในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ไม่สามารถผ่านแดนกลับไปได้ เนื่องจาก สปป.ลาว แจ้งปิดด่านพรมแดนไทย-ลาว ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 โดยไม่อนุโลมให้คนลาวข้ามไปได้เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้แรงงานลาวนับ 100 คนต้องนั่งรอที่หน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเหมารถตู้ไปส่งข้ามไป สปป.ลาว ที่ด้าน จ.อุบลราชธานี(https://siamrath.co.th/n/144724)
สำหรับกรณีนี้แหล่งข่าวที่รับผิดชอบเรื่องนี้ในจังหวัดหนองคายให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า การเดินทางของแรงงานชาวลาวในครั้งนี้มีความผิดปกติเป็นอย่างมาก เนื่องจากเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ต้นทางไม่มีการแจ้งมาที่จังหวัดหนองคายแต่อย่างใด ซึ่งหากมีการแจ้งเป็นระบบทางจังหวัดหนองคายก็คงต้องห้ามไม่ให้มีการเดินทาง เพราะทางการลาวยังไม่รับคนกลับประเทศในช่วงนี้
อีกทั้งหากเดินทางมาก็จะเกิดปัญหากับจังหวัดหนองคายในการดูแล แต่แรงงานเหล่านี้ก็แอบเดินทางมา ซึ่งต้องมีคนจัดการเรื่องนี้ และเป็นไปไม่ได้ที่แรงงานจะเหมารถตู้มากันเอง เพราะการเคลื่อนย้ายแรงงานในลักษณะนี้คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงขนแรงงานจำนวนมากเพราะผิดกฎหมายเสี่ยงถูกจับ ซึ่งต้องมีข้าราชการบางคนหรือผู้มีอำนาจบางคนอำนวยความสะดวกให้แลกกับค่าใช้จ่ายที่เก็บกับแรงงานชาวลาว ที่ยอมจ่ายเพื่อต้องการกลับประเทศตนเอง
ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ทางจังหวัดหนองคายได้จัดสถานที่เพื่อดูแลแรงงานชาวลาวกลุ่มนี้แล้ว แต่แรงงานชาวลาวไม่ยอมไปจะรอข้ามไปลาวเท่านั้น และขออยู่บริเวณหน้าด่านพรมแดนฯ ต่อไป ซึ่งทำให้เห็นว่าขบวนการที่จัดการเคลื่อนย้ายแรงงานเหล่านี้มาที่หนองคาย ได้ผลักภาระให้จังหวัดหนองคายในทันที ซึ่งคนทั่วไปหากมองปกติจะทราบเพียงว่าเป็นแรงงานชาวลาวที่เดินทางรอกลับประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงเป็นขบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมาก และเหตุใดถึงเลือกมาที่จังหวัดหนองคาย โดยที่จังหวัดที่มีชายแดนติดกับ สปป.ลาว มีอีกหลายจังหวัดทำไมแรงงานเหล่านี้ไม่เดินทางไป
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานการชี้แจงของหน่วยงานหนึ่งในจังหวัดหนองคายต่อหน่วยงานตนเอง โดยเป็นการชี้แจงดังนี้
1.แรงงานต่างด้าวดังกล่าวเท่าที่ตรวจสอบได้เข้ามาทำงานในประเทศไทยอบ่างถูกต้อง (เป็นส่วนใหญ่) โดย MOU และเหตุต่างๆ
2.แรงงานต่างด้าวนั้นเดินทางมาจากหลายพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศเช่น ระยอง จันทบุรี และพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากโรงงานปิดไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้
3.สาเหตุที่เดินทางมาเพื่อกลับประเทศทางจังหวัดหนองคาย เนื่องจากมีญาติที่เคยมาออกในเส้นทางนี้แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายเคยประสานงานประเทศลาวให้กลับประเทศได้แล้วหนหนึ่ง
4.ในครั้งนี้ทางจังหวัดหนองคายก็มีการประสานลาวและเชื่อว่าน่าจะส่งกลับได้ประมาณวันเสาร์นี้
5.ขณะนี้แรงงานดังกล่าวได้รับการดูแลจากจังหวัดหนองคายแล้ว
6.ในส่วนของการตรวจสอบว่ามีลักษณะชักชวนให้เดินทางออกในเส้นทางนี้หรือฉ้อโกงหรือไม่หรือเป็นการบอกต่อกันซึ่งจะรายงานให้ทราบต่อไป
สำหรับประเด็นดังกล่าวเครือข่ายภาคประชาสังคมในหนองคาย อยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งหน่วยงานที่มีความเป็นกลางเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย