รมต.ประจำสำนักนายกฯลงพื้นที่บ้านทับยาง หลังพบถูกข่มขู่และคุกคาม

ภูมิภาค20 ก.พ. 2563 • 15:55 น.
รมต.ประจำสำนักนายกฯลงพื้นที่บ้านทับยาง หลังพบถูกข่มขู่และคุกคาม
รมต.ประจำสำนักนายกฯลงพื้นที่บ้านทับยาง พบชาวบ้าน ย้ำเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้านหลังพบถูกข่มขู่และคุกคาม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ โดยมี นายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอท้ายเหมือง พ.ต.อ.วีรยุทธ สิทธิรัตนกุล ผกก.สภ.ท้ายเหมือง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ อส. ลงพื้นที่พร้อมร่วมรับฟังปัญหา ของชาวบ้านทับยาง นำโดย นางทัศนา นาเวศ แกนนำกลุ่ม พีมูฟ(ขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)บ้านทับยาง ที่บริเวณ ชุมชนบ้านทับบาง หมู่ 9 ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เพื่อดูพื้นที่และข้อเท็จจริง หลังจากได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนว่า มีนายทุนออกโฉนดทับที่ดินของรัฐ คูน้ำ ลำคลอง รางน้ำสาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านทับยางส่วนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการถูกนายทุนฟ้องร้องตั้งแต่ปี 2537 โดยอ้างเอกสารสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 5 แปลง เป็นเนื้อที่ จำนวน 300 ไร่ ซึ่งกรมที่ดินออกเอกสารให้ตั้งแต่ปี 2496 หลังจากที่ดินดังกล่าวหมดสัมปทานเหมืองแร่ จากนั้นได้รับฟังการรายงานเบื้องต้นในพื้นที่ พร้อมเดินสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่เข้ารับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้านทับยาง โดยชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐตรวจสอบ คูน้ำ ลำราง คลองสาธารณะ ที่ติดอยู่ในพื้นที่ของเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเอกชนรายดังกล่าวด้วยว่า การครอบครองที่ดินสาธารณะสามารถกระทำได้หรือไม่อย่างไร โดยเบื้องต้นชาวบ้านได้คัดค้านการออกโฉนดที่ดินพร้อมให้ทาง ศาลปกครองคุ้มครองการครอบครองที่ดินดังกล่าวชั่วคราว ซึ่งทำให้ที่ดินบางแปลงไม่สามารถเข้ากระทำการใดๆได้จนกว่าจะมีการพิสูจน์สิทธิ์ของที่ดินดังกล่าว ขณะที่ชาวบ้านมองว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดินมิชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากที่ดินหมดสัมปทานบัตรต้องคืนที่ดินเป็นของรัฐจึงจะสามารถจัดสรรที่ดินในรูปแบบต่างๆตามกฎหมายได้ ดังนั้นชาวบ้านทับยาง ต้องการให้กรมที่ดินเพิกถอนการครอบครองที่ดินของเอกชนทั้ง 5 แปลง ก่อนจึงจะดำเนินการจัดสรรที่ดินดังกล่าวตามกฎหมาย ด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำข้าราชการในพื้นที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก พร้อมยืนยันภาครัฐกระทำการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มองเห็นผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ส่วนผู้ที่ครอบครองที่ดินขอให้ยึดถือตามกฎหมาย ไม่ได้ห้ามสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่ให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ ส่วนราชการดำเนินการตามอำนาจอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย