ปปช.เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนการทำบ่อดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พบอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน
ปปช.เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนการทำบ่อดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง พบอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน ตั้งข้อสังเกตกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ แนะตรวจสอบที่มา
เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นครศรีธรรมราช หรือ ปปช.เข้าตรวจสอบบ่อดินขนาดใหญ่ ในพื้นที่อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังมีการร้องเรียนเบาะแสผ่านศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterrence center)สำนักงาน ป.ป.ช. กรณีการขุดตักดิน โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสี่ยงต่อการรุกล้ำเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ปปช.นครศรีธรรมราช เข้าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา นครศรีธรรมราช โดยพบว่าพื้นที่นี้มีการขุดดินมากกว่า 15 ไร่ โดยมี นายสถาวิทย์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เจ้าหน้าที่นิติกร องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน และนายสิงหา ขุนทน ผู้ประกอบการบ่อดินดังกล่าวเข้าให้ข้อมูล
นายสถาวิทย์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ได้นำแผนที่บ่อดินดังกล่าว เข้าชี้แจงพบว่าพื้นที่บ่อดินอยู่ในเอกสารสิทธิ์ นส.3 แต่มีแนวทับซ้อนอยู่กับแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จากพื้นที่ขุดทั้งหมดอย่างน้อย 2 แปลง โดยแปลงทางด้านทิศเหนือเป็นผู้ประกอบการรายอื่นซึ่งได้ถูกระงับการประกอบการเนื่องจากอยู่ในระหว่างอุทยานได้ส่งไปยังกรมที่ดินขอตรวจสอบการได้มาของเอกสารสิทธิ์เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ส่วนแปลงที่อยู่ถัดมานั้นเป็นแปลงเอกสารสิทธิ นส.3 เช่นกัน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต.กำโลน ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบยืนยันว่าใบอนุญาต ตามพรบ.ขุดดินถมดิน ซึ่งจะต้องออกโดยท้องถิ่นนั้นได้ขาดอายุไปตั้งแต่ปี 2565 ส่วนใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมนั้นยังไม่สิ้นอายุ และอบต.ได้แจ้งการขาดอายุไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีการเข้าจดต่อใบอนุญาต
นายสิงหา ขุนทน ผู้ประกอบการได้ชี้แจงว่าเหตุที่ไม่ได้จดต่อใบอนุญาต ตามพรบ.ขุดดินถมดิน กับท้องถิ่นนั้นเนื่องจากได้หยุดประกอบการมาตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ไม่ได้ไปแจ้งต่ออนุญาต ส่วนใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมนั้นยังไม่ขาดอายุ และแจ้งด้วยว่าเข้าใจว่าการร้องเรียนเป็นการกลั่นแกล้งจากคนในพื้นที่โดยส่วนตัวนั้นรู้จักกันดี
ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปช.ได้ตั้งข้อสังเกตการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์แปลงที่ดินทางด้านทิศเหนือของผู้ประกอบการรายนี้มีการดำเนินการระหว่างกรมอุทยานกับสำนักงานที่ดินแล้ว แต่ในแปลงติดกันนั้นยังไม่ได้มีการตรวจสอบทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีการเหลื่อมทับซ้อนอยู่ในเขตอุทยานเช่นเดียวกัน และการขุดดินนั้นก่อให้เกิดพื้นที่ดินสไลค์อยู่ในแนวเขตอุทยานดังนั้นจะมีการตรวจสอบไปพร้อมกันด้วยหรือไม่ โดยทางอุทยานแจ้งว่าจะมีการรับไปตรวจสอบเพิ่มเติม ขระที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัด จะเร่งติดตามผลการตรวจสอบการได้มาซึ่ง น.ส.3 แปลงดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกันของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง และสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาลานสกา เพื่อนำไปสู่ความชัดเจนในกรณีนี้แล้ว