โรงสีสหกรณ์ในบุรีรัมย์ 5 แห่ง จับมือเปิดตลาดนัด รับซื้อข้าวเปลือกราคาสูงกว่าท้องตลาด 40 สตางค์

ภูมิภาค3 ก.ค. 2562 • 10:28 น.
โรงสีสหกรณ์ในบุรีรัมย์  5 แห่ง จับมือเปิดตลาดนัด รับซื้อข้าวเปลือกราคาสูงกว่าท้องตลาด 40 สตางค์
โรงสีสหกรณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ 5 แห่ง จับมือเปิดตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าท้องตลาดเฉลี่ย 30-40 สตางค์ ตามคุณภาพ มีเกษตรกรนำข้าวเปลือกไปต่อคิวจำหน่ายเป็นจำนวนมากเพราะได้ราคาดี เตรียมงินไว้รับซื้อ 15 ล้านบาท วันนี้ (3 ก.ค.62) นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายจักรพล จงใจภักดิ์ ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางไปติดตามการเปิดตลาดรับซื้อข้าวเปลือกของสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรทั่วไป ที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของสหกรณ์ 5 แห่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ในการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกรในระหว่างวันที่ 2- 3 กรกฎาคม 2562 ภายใต้โครงการโครงการตลาดนัดข้าวเปลือกจังหวัดบุรีรัมย์ ปีการผลิต 2561/2562 เพื่อสร้างกลไกการแข่งขัน การรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกของเกษตรกร ให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น มีความเป็นธรรมทางด้านราคา และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในขบวนการซื้อขายแบบตลาดกลาง เรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการ การชั่งน้ำหนัก การตรวจคุณภาพข้าวเปลือก เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาระบบตลาด ซึ่งมีเกษตรกรนำข้าวเปลือกไปต่อคิวเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และเกษตรกรที่นำข้าวไปจำหน่ายต่างพอใจในราคารับซื้อ นางรุ่งอรุณ เชาวกรกุล ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์โรงสีทั้ง 5 แห่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย โรงสีชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด โรงสีสหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด โรงสีสหกรณ์การเกษตรนางรอง จำกัด โรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จำกัด และ โรงสีกลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ เล็งเห็นว่าในระยะนี้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ และในช่วงนี้เกษตรกรต้องส่งเงินชำระหนี้สถาบันการเงินที่ได้ไปกู้ไว้ และส่วนหนึ่งต้องการเงินทุนไปเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ จึงต้องช่วยเหลือเกษตรกรโดยการพยุงราคารับซื้อข้าวเปลือกให้สูงขึ้นกว่าท้องตลาดเฉลี่ย 30-40 สตางค์ สูงสุดในวันนี้อยู่ที่ 16 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับคุณภาพของข้าวเปลือกของเกษตรกร ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดกรอบวงเงินรับซื้อเป็นเงิน 15 ล้านบาท นายบุญธรรม ชัยสุวรรณ์ เกษตรกรชาวตำบลสองชั้น หนึ่งในผู้ที่นำข้าวไปจำหน่าย บอกว่า ตนเองเป็นก็สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเภอกระสัง และเห็นว่าชุมนุมสหกรณ์ฯมีโครงการรับซื้อข้าวเปลือกจึงได้นำออกมาขาย เมื่อผ่านการตรวจคุณภาพแล้ว ได้ราคารับซื้ออยู่ที่ 16 บาท/กิโลกรัมซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจส่วนการรักษาคุณภาพข้าวส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปใช้หนี้ และเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ด้านนายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวภายหลังจากการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกร และผู้แทนสหกรณ์โรงสีทั้ง 5 แห่ง ว่า สถานการณ์ข้าวในขณะนี้เป็นช่วงขาลง ซึ่งการจัดโครงการตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิก และเกษตรกรทั่วไปได้มีทางเลือก มีช่องทางที่ขายข้าวเปลือกได้ราคาที่เป็นธรรมด้วยขบวนการสหกรณ์ที่มีมาตรฐานด้านการชั่งน้ำหนัก การตรวจสอบคุณภาพข้าว และการรับซื้อที่ราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยก่อนจัดโครงการได้มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า จึงมีเกษตรกรนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายในโครงนี้เป็นจำนวนมาก