ชาวขอนแก่นวอนล่าตัวอดีตตร.บ้านไผ่ ก่อเหตุขับรถชนจนสาววัย25แล้วหลบหนี

ภูมิภาค12 พ.ย. 2563 • 17:46 น.
 ชาวขอนแก่นวอนล่าตัวอดีตตร.บ้านไผ่ ก่อเหตุขับรถชนจนสาววัย25แล้วหลบหนี
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 พ.ย.2563 ที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายธนภูมิ ศรีสว่าง อายุ 29 ปี และ น.ส.พัชริดา มูลกัน อายุ 24 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นน้องเขยและน้องสาวของ น.ส.ปัญชลิตา มูลกัน อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังจาก น.ส.ปัญชิตา ถูกอดีตตำรวจ ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน ชท -9910 กรุงเทพฯ พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บ ขาซ้ายหักช่วงหน้าแข้งและหน้าขา แขนซ้ายหักบริเวณ ข้อมือถึงข้อศอก แขนขวาไหปลาร้าหัก ข้อศอกขวาหัก ศีรษะแตก บอบช้ำตามตัว อาการสาหัส ก่อนที่นายสุชนจะอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปโดยทิ้งรถไว้ในที่เกิดเหตุ นายธนภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา บนถนนสาย บ้านเก่าน้อย-บ้านเก่าหัวนา บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเก่าน้อย ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ขณะที่ น.ส.ปัญชลิตา ซึ่งเป็นพี่สาวของแฟนกำลังขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน รถเก๋งคู่กรณีขับส่ายไป-มาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของพี่สาวแฟนจนคนกระเด็นใส่กระจกหน้ารถแล้วข้ามรถไปตกอีกฝั่ง "ในเหตุการณ์มีรถจักรยานยนต์ที่ถูกชน 2 คัน อีกคันเป็นหญิงอายุประมาณ 55 ปี ในส่วนพี่สาวของผมเจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.บ้านไผ่ โดยแพทย์ได้ส่งตัวต่อไปที่ รพ.ขอนแก่นเนื่องจากอาการสาหัส โดยขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินอาการและจะทำการผ่าตัดช่วยเหลือตามขั้นตอน แต่หลังจากเกิดเหตุนั้น คู่กรณีได้หลบหนีไปและไม่ติดต่อกลับหรือแสดงตัวรับผิดชอบแต่อย่างใด โดยที่ผมและแฟนได้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปหาที่บ้านของคู่กรณีแต่ก็ไม่พบ คาดว่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว และเมื่อวานที่ผ่านมา พ่อของคู่กรณีได้เดินทางมาพบกับคนเจ็บที่ รพ.ฯ และมอบเงินให้ 1,000 บาท และไม่ได้พูดถึงการชดใช้ค่าเสียหายหรือรับผิดชอบใดๆ โดยพ่อของคู่กรณีได้เข้ามาตอนที่คนเจ็บอยู่ในห้องผู้ป่วยลำพัง" นายธนภูมิ กล่าวต่ออีกว่า วันนี้จึงได้เดินทางมาพบกับตำรวจเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือติดตามตัวคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคนเจ็บบาดเจ็บสาหัสและไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกหรือไม่ และหลังจากเข้าพบกับ พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ ก็สบายใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะติดตามตัวคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกคู่กรณีมาให้ปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา หากคู่กรณีไม่มาตามหมายเรียกก็จะทำการออกหมายจับตามขั้นตอนทันที นอกจากนี้ตนเองยังทราบมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนที่อยู่ในโรงพัก ว่าคู่กรณีเคยเป็นอดีตตำรวจทำงานอยู่ที่ สภ.บ้านไผ่ แต่มีประวัติไม่ดีจนต้องออกจากราชการ จึงขอฝากถึงคู่กรณีให้มาแสดงตัวรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย