รมว.ยุติธรรมรุดตรวจที่เกิดเหตุเจาะแผน"เสี่ยแป้ง"หนี พบอาจกินยาลดความดันเป็นลมตบตาแพทย์

ภูมิภาค25 ต.ค. 2566 • 10:24 น.
รมว.ยุติธรรมรุดตรวจที่เกิดเหตุเจาะแผน"เสี่ยแป้ง"หนี พบอาจกินยาลดความดันเป็นลมตบตาแพทย์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ภายหลังจาก พันตำรวจเอกทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางเข้าประชุมติดตามสถานการณ์ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางต่อมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อเข้าร่วมประชุมติดตามข้อมูล จากบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พลตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

ซึ่งในการติดตามข้อมูลวันนี้มีข้อมูลสำคัญจากบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม  ได้มีการแจ้งเลื่อนนัดไปยังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้ว และนัดใหม่อีกครั้งคือวันนี้ แต่กลับพบว่ายังมีการนำนักโทษชายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้งเข้ามาพบแพทย์อีกพี่ห้องทันตกรรม เพื่อรักษาอาการครอบฟันแตก เจ้าหน้าที่เวรขณะนั้นจึงรับดำเนินการ แต่ขณะที่นำตัวออกไปจากห้องทันตกรรมนายเชาวลิตหรือเสียแป้ง ได้เป็นลม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินพบความดันต่ำมากจึงเข้าสู่กระบวนการช่วยชีวิต จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายต่อไปยังหอผู้ป่วยอายุรกรรมหก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในตอนกลางวันของวันที่ 20 ตุลาคม และในคืน เดียวกันเสี่ยแป้งได้พยายามหลบหนีครั้งแรกแต่ไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ได้ทบทวนกระบวนการทั้งหมดพบว่าสาเหตุที่ความดันของนายชวลิตตกอย่างมากในขณะเกิดการเป็นลม อาจเป็นไปได้ว่านายชวลิตอาจกินยาลดความดันในขณะที่มาถึงโรงพยาบาล และกินเกินขนาด หรือที่เรียกว่าโอเวอร์โดส ทำให้ความดันตกอย่างรุนแรงเกิดอาการเป็นลม และเมื่อแพทย์ตรวจวัดความดันเป็นสาเหตุที่พบว่าความดันต่ำอย่างผิดปกติจริง จึงให้มีการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจึงเข้าสู่แผนการหลบหนีของนายชวลิต

ขณะที่พยาบาลวิชาชีพภายในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหก ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตัวผู้คุมจะไม่ได้อยู่ข้างเตียงตลอดเวลา จะทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ไว้ให้เจ้าหน้าที่พยาบาลหากมีการให้การหัตถการ หรือกิจกรรมที่จะต้องเกี่ยวข้องกับนักโทษพยาบาลจะโทรหาผู้คุมทุกครั้งและจะเข้ามาไขกุญแจให้น้ากดเข้าห้องน้ำเป็นช่วงเวลา

พร้อมกันนี้ ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุได้มีแพทย์บุคลากรทางการแพทย์พยาบาลที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุมาร่วมให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตามพันตำรวจเอกนัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้รวบรวมข้อมูลและเตรียมให้พนักงานสอบสวนเชิญตัวบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ปากคำอย่างละเอียดเพื่อเชื่อมโยง รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลการออกมารักษาตัวของนักโทษชายเชาวลิต เคยออกมาแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน

โดยพลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เชิญตัวนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดสตูล เข้าให้ปากคำ หลังจากพบว่านายชวลิตเสี่ยแป้งและนายปอยหรือธีรวุฒิได้เข้าไปพักในรีสอร์ทของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราย เจ้าตัวได้ยอมรับว่าทั้งคู่ได้ไปพักในรีสอร์ทจริง แต่ไม่รู้ว่าหลบหนีจากเรือนจำจนกระทั่งสองวันผ่านไป เมื่อเห็นข่าวจึงรู้ว่าทั้งคู่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จึงได้ขอออกจากรีสอร์ท หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่ออีกเลย ที่ได้นำรถของนายก การบริหารส่วนตำบลรายนี้มาเก็บหลักฐานตัวอย่างดีเอ็นเอภายในรถทั้งหมดรวมทั้งกำลังหารือข้อกฎหมายและพฤติการณ์ในคดี ว่าจะสามารถนำไปสู่การออกหมายจับได้หรือไม่ เข้าคายช่วยเหลือให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาหรือไม่

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้เร่งจัดเตรียมห้องราชทัณฑ์ปันสุข เพื่อเป็น พื้นที่ควบคุมนักโทษในระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลรวมทั้งที่พักของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพื่อสะดวกในการควบคุมและยังพบอีกว่าขณะนี้เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชได้เพิ่มมาตรการความเข้มงวดโดยการเพิ่มขนาดโซ่ตรวนควบคุมนักโทษ มีขนาดใหญ่ขึ้น

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ จนท.ที่ทำให้ผู้ต้องขังคนสำคัญหลบหนี ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่กรมราชทัณฑ์ตั้งขึ้นสอบให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน เพราะนอกจากกรมราชทัณฑ์แล้วยังมีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมด้วย ตำรวจทุกจังหวัดมาช่วยด้วย โดยทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการไปแล้ว ส่วนกรมราชทัณฑ์กระทรวงยุติธรรมจะให้ข้อมูลสนับสนุน ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวคนร้ายไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในการจ้างคนนอกไปเฝ้าไข้นั้นไม่มีระเบียบการจ้างคนอื่นมาเฝ้าไข้ และขณะประชุมได้นำตัวผู้คุมที่อยู่ในเหตุการณ์คนนั้นมาซักถาม ซึ่งต้องให้ทางตำรวจดำเนินการต่อไป

 ซึ่งการหลบหนีของเสี่ยแป้งในครั้งนี้ทราบว่ามีหมายสำคัญที่เป็นแรงจูงใจ ซึ่งต้องดูว่าอย่างละเอียดเบื้องหลังด้วย ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ด้วย และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปช่วยเหลือกัน ซึ่งทุกคนทำเต็มที่ ส่วนคนร้ายนั้นไม่ใช่เป็นคนดี ทำความผิดมาเยอะ เขาต้องรู้ว่าตำรวจคิดอย่างไรกับเขา แล้วเขาจะหนีอย่างไร ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ทำงานให้รอบคอบ มีความละเอียด เพราะฉะนั้นขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการทำงานในคดีนี้ด้วย  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายชวลิต หรือเสี่ยแป้ง  มีพฤติกรรมค่อนข้างจะข่มขู่ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้คุมและเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งขณะถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพัทลุงนั้น ได้ข่มขู่ผู้คุมและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำตัวให้รู้ว่าตัวเองเป็นคนกว้างขวาง มีอิทธิพล ใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับชาติ มีครั้งหนึ่งเคยพูดกับผู้คุมคนหนึ่งว่า ภรรยาขายผลไม้อยู่ใช่ไหม ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงข่มขู่ว่า ถ้าดูแลไม่ดีก็จะส่งคนไปคุกคามภรรยาของผู้คุมคนนั้น

ต่อมาทาง ผบ.เรือนจำพัทลุง ทราบ เห็นว่าพฤติกรรมของนักโทษชายรายนี้ไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากเรือนจำพัทลุงเป็นเรือนจำไม่มีแดนความมั่นคงสูง จึงส่งตัวมาควบคุมอยู่ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ซึ่งในขณะจองจำที่อยู่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เสี่ยแป้งมักจะนั่งรถเข็นและทำทีเหมือนเป็นไข้ เดินไม่ได้อาจจะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เรือนจำคิดว่าเสี่ยแป้งไม่สบายอยู่ตลอดเวลาจริง จึงไม่ได้ระมัดระวังมากเป็นพิเศษ