กรมชลประทานจัดประชุมเสวนาวิชาการ “คนลุ่มน้ำปิง”
กรมชลประทานจัดประชุมเสวนาวิชาการ “คนลุ่มน้ำปิง” ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง ท้ายเขื่อนภูมิพล
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ที่ห้องประชุมจันผา โรงแรมตากอันดามันรีสอร์ท อ.เมือง จ.ตาก นายดุสิต แสงสุคนธ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตาก เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาวิชาการ “คนลุ่มน้ำปิง” โครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง ท้ายเขื่อนภูมิพล เพื่อพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทั้งในระบบชลประทาน การอุปโภคบริโภค และการพัฒนาการเกษตร
สืบเนื่องจากประชาชนทั้งในภาคการเกษตร ภาคราชการ ภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรม หอการค้า คณะกรรมการภาครัฐและเอกชนของจังหวัดตาก มีความต้องการให้มีการศึกษาและก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำปิง บริเวณจุดที่เหมาะสม เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเล็กน้อย ชะลอน้ำไว้ เพื่อยืดระยะเวลาการสูบน้ำส่งให้กับพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำปิงเพื่อการเพาะปลูก รวมทั้งสิ้น 6 จังหวัด 26 อำเภอ 164 ตำบล ในเขตจังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ รวมทั้งพื้นที่ข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร
ตลอดระยะเวลาหลังจากการสร้างเขื่อนภูมิพลและพัฒนาระบบชลประทานประเภทสูบน้ำ หลังปี พ.ศ.2520 เป็นต้นมา การใช้น้ำในแม่น้ำปิง ตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลจนสุดเขตจังหวัดตาก ความยาว 87 กม. ราษฎรมีปัญหาการใช้น้ำมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปัจจุบัน แม่น้ำปิงตื้นเขิน ปัญหาตะกอนทราย เกาะแก่งในลำน้ำ ทำให้ร่องน้ำเปลี่ยนทิศทาง ราษฎรสูบน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรไม่ได้ สถานีสูบน้ำไฟฟ้าของกรมชลประ
ทาน ที่มีอยู่สองฝั่งลำน้ำปิง จำนวน 10 สถานี พื้นที่ชลประทาน 45,000 ไร่ และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 13 สถานี พื้นที่ชลประทาน 17,434 ไร่ สูบน้ำไปให้กับพื้นที่การเกษตรไม่ได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ รวมถึงระบบสูบน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา สำหรับการอุปโภคบริโภคและอื่นๆ
การประชุมเสวนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงผู้แทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำ และคณะกรรมการลุ่มน้ำปิง ตลอดจนประชาชนผู้ ที่ให้ความสนใจ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหา และเกิดกระบวนการคิดร่วมกัน ตลอดจนการให้
ข้อเสนอแนะ ที่สามารถนำมาพัฒนาโครงการ ซึ่งกรมชลประทานและคณะผู้ศึกษา พร้อมรับฟังและจะได้นำไปพิจารณาประกอบการศึกษาในรายละเอียดต่อไป
///////////