เจ้าของร้านชำใช้ปืนยิงขมับดับคาบ้านพัก หนีหนี้นอกและในระบบเกือบล้านบาท

ภูมิภาค23 มิ.ย. 2565 • 00:16 น.โดย ชูศักดิ์  ตระหง่าน
เจ้าของร้านชำใช้ปืนยิงขมับดับคาบ้านพัก  หนีหนี้นอกและในระบบเกือบล้านบาท

เจ้าของร้านชำเครียดใช้ปืนยิงขมับดับคาบ้านพัก ด้านแม่เผยเชื่อมาจากปัญหาในครอบครัวหลังเมียที่อยู่กิน 18 ปี เผ่นหนี ทิ้งหนี้ทั้งนอกและในระบบเกือบล้านไว้

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 เวลา 21.30 น.พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตายภายในบ้านเลขที่ 115/1 หมู่ที่ 12 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์  

ในที่เกิดเหตุอยู่ในถนนซอยสุขาภิบาล 21 ห่างจากถนนสายเพชรเกษมเข้าไป ประมาณ 1 กม.เศษ  เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องโถง โดยด้านหน้าบ้าน มีรถยนต์กระบะจอดอยู่ 1 คัน ด้านข้างซึ่งต่อหลังคาสูงยื่นออกไป สำหรับวางอุปกรณ์เครื่องมือทำสวน มีรถกระบะอีก 1 คันจอดอยู่ ใกล้กันเรือไฟเบอร์การ์ดสภาพเก่าจอดตั้งอยู่บนแท่นเหล็ก ภายในบ้านพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสุรชาติ ชื่นแดง อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล นอนคว่ำจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องโถง สภาพถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะตรงขมับด้านขวา มีรอยกระสุนเข้าและทะลุออกด้านซ้าย เป็นรูโบ๋  กระสุนไปตุงติดอยู่กับฝาผนังบ้าน ใกล้มือขวามีอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก และบนพื้นห้องยังพบปลอกกระสุน จำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บอาวุธปืน ปลอกและกระสุน ไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ใช้อาวุธปืนข่อยิงตนเองเสียชีวิต

จากการสอบถามนางลัดดาวัลย์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ที่ 6 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นแม่ผู้ตาย ทราบว่า ลูกชายเป็นพ่อม่ายลูกติด เป็นผู้หญิง 1 คน โดยตอนนี้นี้ลูกสาวคนดังกล่าว อายุ 23 ปี และกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯโดยตนเองเป็นคนเลี้ยงดูหลานคนนี้เองตั้งแต่เล็ก และลูกชายก็มาได้ภรรยาใหม่ ซึ่งมีลูกติด 2 คน อยู่กินกันประมาณ 18 ปี โดยยึดอาชีพทำสวนและเปิดร้านขายของชำอยู่บริเวณสามแยกใกล้บ้าน

ทั้งนี้ นางลัดดาวัลย์ เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ลูกชายอยู่กินกับเมียใหม่ ลูกชายมักจะมาเล่าและปรึกษาปัญหาเรื่องหนี้สิน ที่เมียไปกู้ยืมจากหลายๆที่ทั้งในระบบและนอกระบบ ตนเองก็พยายามจุนเจือช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง เพื่อจะได้ประคับประคองให้ครอบครัวของลูกได้เดินต่อ และนับวันปัญหาเรื่องหนี้ก็ยังไม่จบลงง่าย ชนิดจ่ายเก่า สร้างใหม่ จนล่าสุดที่เคยถามลูกชายยอดหนี้สินที่เมียไปกู้มาเกือบล้านบาท ลูกชายได้เล่าว่าเครียดกับเรื่องหนี้สินเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดจากับใคร และซ้ำร้ายล่าสุดเมียได้หอบเสื้อผ้าหนีออกไปบ้านไป ทิ้งภาระหนี้สินให้ลูกชายตามชดใช้

โดยนางลัดดาวัลย์ เล่าต่ออีกว่า และก่อนที่ลูกชายก่อเหตุ นั้น ลูกชายได้โทรหาตนเอง เพื่อจะชวนให้ไปซื้อของเข้าร้าน แต่ตนทำธุระอยู่ ไม่ได้รับสาย คาดว่าคงจะคิดมากและน้อยใจมาก ลูกชายได้ถ่ายรูปปืน แล้วส่งรูปไปให้ลูกสาว(หลานย่า)ที่อยู่กรุงเทพดู สร้างความตกใจให้กับหลานย่าเป็นอย่างมากเพราะพ่อไม่เคยทำแบบนี้หลานได้โทรมาที่ตนและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆให้ช่วยมาดู แต่ก็ไม่ทัน ลูกชายได้ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวปลิดชีพตนเองเสียชีวิตไปแล้ว