ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม อดีตคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ “หมดยุคการเมืองแบบเก่าที่ชาวบ้านหวังพึ่งส.ส. สู่ยุคประชาชนจัดการตนเอง”
หมายเหตุ : การเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.62 นี้มีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย แต่ที่มีแนวทางที่ชัดเจนเรื่องนโยบายบายเกี่ยวคนท้องถิ่นมากที่สุดคือ “พรรคพลังท้องถิ่นไท” โดย “ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม” อดีตคณบดี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ให้สัมภาษณ์ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ถึงที่มาและความตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้คนท้องถิ่น
- มองการเมืองที่ผ่านมาอย่างไร
คิดว่าในอดีตที่ผ่านมาการเมืองมันอยู่ในแค่แวดวงนักการเมือง ซึ่งก็ทำได้แค่เท่าที่เห็นในปัจจุบัน แต่ความสนใจของผมจะอยู่ที่การเมืองของภาคพลเมือง การเมืองที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่า ผมจึงมีความฝันที่จะให้การเมืองเป็นของพลเมืองที่เป็นเจ้าของอำนาจ เจ้าของประเทศ ซึ่งการทำการเมืองให้เป็นของภาคพลเมืองให้มากที่สุดต้องทำจากท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น เพราะชุมชนท้องถิ่นเป็นรากฐานที่สำคัญ เพราะประชาชนมีส่วนร่วมได้มากที่สุด คนที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนจะเข้าใจประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น หรือคนที่เป็นผู้นำท้องถิ่นก็จะเข้าใจ
-ทำไมจึงตัดสินใจก้าวสู่สนามการเมือง
ผมเป็นนักวิชาการที่สนใจเรื่องท้องถิ่นมา 30 กว่าปี จนกระทั่งเป็นศาสตราจารย์ด้านการพัฒนาชุมชน พัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นองค์ความรู้พวกนี้หล่อหลอมให้ผมเติบโตมาทางด้านชุมชนท้องถิ่น แล้วต่อสู้ รณรงค์ เคลื่อนไหว เรื่องการกระจายอำนาจ ควบคู่กับการเป็นนักวิชาการด้านท้องถิ่น จนมาเป็นศาสตราจารย์ เป็นคณบดี แต่ก็ได้เฝ้ามองการเมืองมาโดยตลอด และคิดว่าถ้าปล่อยให้การพัฒนาประเทศอยู่แบบเดิม ไม่กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่สร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งมันไปไม่รอด จึงตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัดสินใจทิ้งเก้าอี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามของคณะบดี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มาเป็นกุนซือให้พรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นแคนดิเดตสมัครนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรค รองจากคุณชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค
-เหตุผลที่เลือกพรรคพลังท้องถิ่นไท
พรรคพลังท้องถิ่นไท มีความชัดเจนเรื่องการสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจฯ และผมคิดว่าคุณชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง และเป็นคนพูดจริงทำจริง ก็เลยตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเอาความรู้ ประสบการณ์ ความคิด และการเคลื่อนไหวทั้งหมด ก้าวไปสู่ทางการเมือง เพื่อทำให้สังคมรู้ว่าประเทศไทยต้องเคลื่อนด้วยชุมชนท้องถิ่นมันถึงจะไปได้ ซึ่งพรรคพลังท้องถิ่นไท ก็พร้อมสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เป็นฐานในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง โดยทำการกระจายอำนาจให้เต็มรูปแบบ
-สิ่งที่ตั้งใจจะทำให้ประสบผลสำเร็จ
ผมเป็นศาสตราจารย์มีหน้าที่สอนคน สอนนักศึกษา แต่ว่าการทำหน้าที่สอนไม่ใช่อยู่แต่ในห้องเรียน ต่อไปนี้ก็ต้องสอนประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้เข้าใจว่าชุมชนท้องถิ่นมีความสำคัญต่อชาติบ้านเมืองอย่างไร การตัดสินใจลงสู่สนามการเมือง เพื่อจะขับเคลื่อนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ และจะทำให้ความฝันของผมที่หวังว่าประเทศต้องเดินด้วยชุมชนท้องถิ่น ประเทศต้องขับเคลื่อนและพัฒนาด้วยชุมชนท้องถิ่น อันนี้คือข้อต่อสู้ที่ทำมาเกือบ 30 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ผมมุ่งหวัง และต่อนี้ไปก็จะต้องบอกคนท้องถิ่นทั้งหลายว่ายังมีนักวิชาการที่มีความมุ่งมั่นทำให้การกระจายอำนาจไปสู่เป้าหมายประสบความสำเร็จ เพราะประสบการณ์สอนให้เรารู้ว่าถ้าไม่มีพรรคการเมืองที่สู้เรื่องการกระจายอำนาจ มันก็ไม่มีทางที่จะประสบผลสำเร็จ การเคลื่อนไหวในหมู่ประชาชน ในหมู่คนท้องถิ่นก็เคลื่อนไป แต่พรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมันก็ต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน
-เหตใดที่ผ่านมาการกระจายอำนาจไม่ประสบผลสำเร็จ
ที่ผ่านมาการกระจายอำนาจยังไปไม่ถึงไหน ยังไม่มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง เนื่องจากรัฐบาลไม่เห็นความสำคัญ มีการกระจายอำนาจแบบครึ่งๆกลางๆ กระจายแบบไม่สุด ถึงแม้นโยบายการกระจายอำนาจจะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่เคยหยิบประเด็นมาตราต่างๆตามรัฐธรรมนูญ มาพัฒนา หรือมาแก้ไขปัญหา ออกกฎหมายที่เป็นกลไกเรื่องท้องถิ่น เช่น เราพูดว่าท้องถิ่นต้องเสริมสร้างรายได้ให้มากขึ้น พัฒนาศักยภาพด้านภาษีอากรให้มากขึ้น พัฒนาเรื่องการเงินการคลังของท้องถิ่นให้มากขึ้น ทั้งที่รัฐธรรมนูญ ปี50 หรือ 60 ก็มีเรื่องการพัฒนาการเงินการคลังของท้องถิ่น บอกให้มีกฎหมายรายได้ท้องถิ่น แต่กฎหมายรายได้ท้องถิ่นก็ไม่เคยออกมาเป็นรูปธรรมให้ชัดเจน รัฐบาลที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็ไม่ได้ปฏิรูปเรื่องท้องถิ่น ทั้งที่มีข้อเสนอเรื่องปฏิรูปท้องถิ่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นด้านรายได้ กฎหมายรายได้ท้องถิ่นก็ยังไม่มี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประมวลกฎหมายก็ยังไม่ออกมา ประมวลกฎหมายพูดถึงการทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งได้อย่างไร เช่นการทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น หรือกฎหมายสหการ ก็ยังไม่เกิด กฎหมายควบรวมท้องถิ่น ที่เราบอกว่าท้องถิ่นขนาดเล็กที่ต้องจัดการให้มีศักยภาพโตขึ้น กฎหมายที่จะทำให้1ตำบลมี1หน่วยท้องถิ่น กฎหมายที่พูดเรื่องการพานิชย์ของท้องถิ่น เพื่อทำให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการลงทุน การเสริม การร่วมทุนกับองค์กรรัฐ เอกชน ประชาสังคมก็ไม่เกิด กฎหมายหลายตัวที่ผมพูดถึงมันไม่สามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ แม้แต่ในยุคปฏิรูปประเทศในยุครัฐบาลที่ผ่านมา
-ปัญหาที่ทำให้การกระจายอำนาจล้มเหลวคืออะไร
เวลาเราพูดเรื่องการกระจายอำนาจ คือ เราบอกว่าลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจท้องถิ่น มันยากมากเพราะว่าขณะนี้อำนาจรัฐกุมอำนาจอยู่เต็ม ไม่มีการลดอำนาจรัฐ อย่างเช่น การถ่ายโอนภารกิจบางเรื่องมาให้ท้องถิ่นทำ ผมคิดว่าประเทศไทยต้องรื้อโครงสร้างระบบความซ้ำซ้อนของงาน ความซ้ำซ้อนของภารกิจหน่วยงานต่างๆ เช่นถ้าไม่กระจายอำนาจ ไม่ถ่ายโอนอำนาจมาให้ท้องถิ่น ไม่ถ่ายโอนภารกิจไปให้หน่วยท้องถิ่นอะไรจะเกิดขึ้น ผมไปพบว่าท้องถิ่นจะทำถนนก็มีปัญหา ท้องถิ่นมีเงินแต่จะซ่อมถนนที่ชาวบ้านร้องเรียนไม่ได้ เพราะกรมทางหลวงชนบทไม่ถ่ายโอนถนนที่อยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นให้ท้องถิ่นบริหารจัดการ ซึ่งผมคิดว่าท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากกว่า ต่อมาเรื่องน้ำ แม่น้ำ คู คลอง ที่จะจัดการก็ไปอยู่ในอำนาจของกรมเจ้าท่า ท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ กรมชลประทาน กรมอื่นๆที่เกี่ยข้องกับการบริการสาธารณะมันซ้ำซ้อน หน่วยงานต่างๆไม่ยอมถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นเต็มรูปแบบทั้ง งาน เงิน คน นี่คือสิ่งที่มันล้มเหลวในเรื่องการกระจายอำนาจที่ผ่านมา
-มีวิธีแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างไร
วิธีการในการแก้ปัญหานั้นผมคิดว่า ต้องรื้อระบบบริหารราชการโดยวิธีการจัดสรรอำนาจ เพราะว่าอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น 3 อำนาจนี้ มีภารกิจร่วมที่ซ้ำซ้อนกันอยู่จำนวนมาก มันทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ ทำถนนก็มีไม่รู้กี่กระทรวง แหล่งน้ำก็ไม่รู้กี่กระทรวง คุณภาพชีวิตก็ไม่รู้กี่กระทรวง มันไม่สามารถจัดสรรอำนาจที่ลงตัว ซึ่งการจัดสรรอำนาจที่ลงตัวต้องจัดสรรอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นผู้แก้ปัญหา ดังนั้นพรรคพลังท้องถิ่นไท จึงเสนอว่าปัญหาประเทศในเรื่องคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนน่าจะให้ท้องถิ่นเป็นคนแก้ เอาเงินงบประมาณมาให้ท้องถิ่น แก้จน ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ความลำบาก สร้างอาชีพ เพิ่มศักยภาพให้ประชาชน เพื่อให้การเมืองเป็นของประชาชน คือเป็นเจ้าของเงินที่เข้ามาแก้ ออกแบบ แก้ปัญหาเขาเองในชุมชนท้องถิ่นเขาที่เขารู้ปัญหา เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาถูกกำหนดมาจากรัฐบาลส่วนกลางมาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย 20-30 ปี แต่คนก็ยังยากจน สังคมยังเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิตยังแย่ ความลำบากก็ยังมี แต่ถ้าให้ท้องถิ่นแก้ผมคิดว่าท้องถิ่นน่าจะจัดการได้และมีประสิทธิภาพมากกว่า อันนี้คือข้อเสนอของพรรคพลังท้องถิ่นไท ว่าเอางบประมาณลงไปให้ท้องถิ่นแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน ลองแข่งกันดูแต่ละท้องถิ่น ลำดับการจัดการปัญหา ผมว่าทำได้ดีกว่า อันนี้คือสิ่งที่ผมมุ่งมั่นว่า เราต้องเดินหน้าเพื่อให้ประเทศเดินได้ ซึ่งการที่ประเทศเดินได้ต้องให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ
-นโยบายของพรรคพลังท้องถิ่นไทแก้ปัญหานี้อย่างไร
โดยภาพรวมนั้นพรรคต้องการสร้างคน สร้างพลเมือง ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคจับปลาให้ชาวบ้านกิน มีแต่นโยบายประชานิยม ทำให้ชาวบ้านมีกินแค่ชั่วคราว เดี๋ยวก็กลับมาหิวอีก แต่พรรคพลังท้องถิ่นไท จะสอนให้เขาจับปลา พรรคพลังท้องถิ่นไท มุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนเข้มแข็ง จัดการตนเองได้ สร้างพลเมืองที่เข้มแข็ง เอางบประมาณให้เขาไปจัดการ หากเกิดความเข้มแข็งจากประชาชน จากชุมชน ความมั่นคงในชีวิตก็จะเกิดขึ้นได้ พรรคพลังท้องถิ่นไท เราจะให้อำนาจชุมชนในการจัดงบประมาณของตนเอง เพื่อไปดูแลเมืองหรือชุมชนของตนเอง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และหากสามารถเข้าไปทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ พรรคพลังท้องถิ่นไท ก็จะเข้าไปดูเรื่องโครงสร้างการบริหาร และหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีทุน ทั้งทุนทางปัญญา ทุนทางความคิด ทุนทางทรัพยากร ทุนทางธรรมชาติ ทุนเงิน คืองบให้ท้องถิ่นมาจัดการปัญหาตนเอง
การเมืองวันนี้ต้องเปลี่ยนผ่านจากยุครวมศูนย์อำนาจ มาสู่การกระจายอำนาจ พลเมืองต้องมีส่วนร่วมสร้างเมืองของตัวเอง จัดการชุมชนของตัวเอง หมดยุคการเมืองยุคเก่าที่ชาวบ้านหวังพึ่งส.ส. หวังพึ่งนายกฯ รอรับการช่วยเหลือ มาสู่ยุคที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ยุคที่รัฐต้องมอบอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเอง เป็นการเมืองยุคใหม่ที่เป็นการเมืองของพลเมืองที่แท้จริง
-ฝากอะไรถึงคนท้องถิ่น
อยากให้คนท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดคิดว่าอดีตที่ผ่านมาว่าคุณได้รับประโยชน์อะไรจากการกระจายอำนาจบ้าง มีการบ่นกันเยอะว่าไม่ได้รับการกระจายอำนาจอย่างเต็มที่จากรัฐ แต่เมื่อเรามีพรรคที่เป็นตัวแทนของคนท้องถิ่น ท่านก็ต้องคิดว่าจะต้องทุ่มเทเพื่อใครอย่างไร เพื่อให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้น คนที่อยู่ในท้องถิ่นก็ต้องให้ความสำคัญกับพรรคพลังท้องถิ่นไท หรือมาสนับสนุน หรือพิจารณาว่าเราจะมาต่อสู้ร่วมกันเพื่อให้ได้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เอาคนที่รู้ปัญหาเข้าไปนั่งในสภา เอาคนที่เข้าใจการกระจายอำนาจเข้าไปนั่งในสภา