'พระสงฆ์7อำเภอ' ร่วม 'เจ้าคุณวัดปากน้ำมิชิแกน' เปลี่ยน Mindset ชาวบ้านต้นน้ำศรีสะเกษให้รักษาป่าไม่ตัด ไม่เผา ไม่ทำลาย

ภูมิภาค24 พ.ค. 2563 • 08:47 น.
'พระสงฆ์7อำเภอ' ร่วม 'เจ้าคุณวัดปากน้ำมิชิแกน' เปลี่ยน Mindset ชาวบ้านต้นน้ำศรีสะเกษให้รักษาป่าไม่ตัด  ไม่เผา  ไม่ทำลาย
วันที่ 24 พ.ค.63 ที่วัดป่าพิมลมังคลาราม บ้านโนนแดงโนนม่วง ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล คำเครื่อง ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ เวลา 14.30 น.ได้เป็นประธานในการประชุมเสวนาเรื่อง การพัฒนาวิถีชุมชนลุ่มน้ำห้วยวะและห้วยสำราญ โดยมีผู้ร่วมเสวนา ฝ่ายสงฆ์ ประกอบด้วย พระครูบุญสถิต ปัญญาวโร (หลวงพ่อห้วยวะ) พระครูศรีปริยัติวงศ์ เจ้าคณะ อ.ห้วยทับทัน พระครูสิริคณาภิรักษ์ เจ้าคณะ อ.ยางชุมน้อย พระมหาสำราญ สุเมโถ เจ้าคณะ อ.เมืองจันทร์ เจ้าคณะ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ เจ้าคณะ อ.กันทรารมย์ เจ้าคณะ อ.วังหิน เจ้าคณะ ต.ทุ่งไชย เจ้าคณะ ต.ก้านเหลือง เจ้าคณะ ต.บุสูง และเจ้าอาวาสวัดโคกจาน และฝ่ายฆราวาส ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ชาวบ้านโนนแดงโนนม่วง ผู้แทนกระทรวงพลังงานและกระทรวงเกษตร กรรมการมูลนิธิ พระมหา ดร.ชื่น - นายจันทร์ เพ็งแจ่ม กรรมการมูลนิธิฯ – สมาคมศิษย์หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ นายมหาหิงส์ ไพรสิน นักจัดรายการวิทยุชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ นายทนงศักดิ์ อุทุม ข้าราชการครูบำนาญ ร่วมการเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งที่ประชุมมีการเสนอแนวคิดและแนวทางในการรักษาลุ่มน้ำห้วยวะและห้วยสำราญ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล คำเครื่อง ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเสวนาครั้งนี้คือ ต้องการให้ชุมชนมีความรู้สึกเป็นมิตรกับป่าและผืนน้ำ อยากจะเปลี่ยนความรู้สึกชาวบ้านที่คิดว่าถ้าบุกรุกป่าได้เท่าไร ก็จะได้ที่นาเพิ่มขึ้น ทำนาได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การทำนาได้มากแต่เนื้อที่ป่าลดลง การอยู่แบบนี้ไม่เป็นผลดี จึงอยากเปลี่ยนให้เขาคิดว่าป่าและน้ำเป็นวิถีชีวิตของชุมชนที่ต้องอยู่ด้วยกัน ป่าอุ้มน้ำให้ได้ใช้ในยามแล้งและยามน้ำหลากหากเปลี่ยน Mindset ให้เข้าใจถูกต้อง ชัดเจน จะส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ การใช้ทรัพยากรของชาติด้วยความระมัดระวังเพื่อความอยู่รอดยั่งยืนของทุกคน ให้ทุกคนเข้าใจ วิถีชุมชน และแนวทางศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิทักษ์ดูแลรักษาสายน้ำ (ห้วยวะ ห้วยสำราญ) และสภาพป่าให้คงอยู่ ให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและยั่งยืน ซึ่งโดยสรุปของการเสวนาครั้งนี้ คณะสงฆ์ให้ความรู้ในการรักษาป่า โดยหลวงพ่อพระครูบุญสถิต ปัญญาวโร ให้ทฤษฎี 3 ข้อในการรักษาป่าคือ ไม่ตัด ไม่เผา ไม่ทำลาย ซึ่ง 3 ข้อนี้เป็นทฤษฎี และวิธีที่จะรักษาป่า การปลูกป่านั้นยาก แต่ว่าการปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดป่าทำได้ง่ายแต่ช้ากว่า เราจึงควรรักษาป่าที่มีอยู่แล้ว ขยายขอบเขตป่าให้มากขึ้น รักษาสมดุลทางธรรมชาติไม่ให้เกิดภัยแล้งน้ำท่วมที่ทำลายชีวิตและทรัพย์สิน เป็นพันธกิจที่ทุกคนรวมทั้งคณะสงฆ์ที่มาเสวนากันอยากจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์/ศรีสะเกษ