ศาลแขวงขอนแก่นปล่อย "ครูใหญ่-เซฟ" แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที-แกนนำราษฎร์โขง ชี มูล เหตุชุมนุมหน้าสภ.เมืองขอนแก่น

ภูมิภาค16 มี.ค. 2565 • 12:04 น.
ศาลแขวงขอนแก่นปล่อย "ครูใหญ่-เซฟ" แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที-แกนนำราษฎร์โขง ชี มูล เหตุชุมนุมหน้าสภ.เมืองขอนแก่น
ศาลแขวงขอนแก่น ปล่อยตัว "ครูใหญ่-เซฟ" แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และแกนนำราษฎร์โขง ชี มูล เหตุชุมนุมหน้าทสภ.เมืองขอนแก่น ขณะที่แกนนำอีก 2 คนไม่มารายงานตัวต่อศาลอ้างถูกกลุ่นแกล้ง เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 มี.ค. 2565 ที่ศาลแขวงขอนแก่น พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่นได้นัดส่งสำนวนสั่งฟ้องระหว่างโจทก์ คือ พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และจำเลย 10 คน ประกอบด้วย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที,นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ, นายนิติกร ค้ำชู นายเจตน์สฤษฎิ์ นามโคตร, นายกรชนก แสนประเสริฐ ,นายพชร สารธิยากุล นายธนศักดิ์ โพธิเตมิย์. นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์,นายอิศเรษฐ์ เจริญคง และนายศิวกร นามนวด ตามความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ พ.ร.บ.จราจร จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้า สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 โดยทันทีที่พนักงานอัยการได้นำสำนสนสั่งฟ้องมาถึง ศาลได้นับจำนวนจำเลยโดยพบว่า จำเลยไม่มานายภานุพงศ์ และนายกรชนก ไม่มาตามนัดทำให้พนักงานอับการจึงมีคำสั่งฟ้องจำเลยเพียง 8 คน นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คดีดังกล่าวอัยการสั่งฟ้อง 10 คน จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 ที่ได้มีการ เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎรที่ไม่ได้รับการประกันตัวในคดีตามมาตรา 112 ที่สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีแกนนำที่ถูกออกหมายเรียก คือนายอรรถพล ,นายวชิรวิทย์ ,นายนิติกร ,นายเจตน์สฤษฎิ์ ,นายกรชนก,นายพชร, นายธนศักดิ์ ,นายภานุพงศ์ ,นายอิศเรษฐ์ และนายศิวกรตามความผิดฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ พ.ร.บ.จราจร โดยมีจำเลย 8 คนเข้าร่วมรับฟัง ขณะที่อีก 2 คน ปฏิเสธไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดี “สำหรับ 2 คนที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีที่ศาลวันนี้ คือ นายภานุพงศ์ และ นายกรชนก เป็นการแสดงออกแบบอารยะขัดขืน โดยให้เหตุผลว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งคู่จึงยืนยันว่าไม่เข้าร่วมกระบวนการ ให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งขั้นตอนอาจจะมีการออกหมายเรียก ส่วนการอารยะขัดขืนนี้อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวในอนาคต ศาลอาจจะเพิ่มเงื่อนไข แต่คดีนี้ไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษสูง ยังไม่แน่ใจว่าศาลจะพิจารณาออกมาในลักษณะใด ระหว่างนี้ต้องรอว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ” นายพัฒนะ กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้งและศาลรับคำฟ้อง ศาลได้มีคำสั่งให้ทำสัญญาประกันไว้ แต่หากผิดนัดให้ปรับ 10,000 บาท และนัดวันที่ 7 เม.ย.2565 เพื่อสอบคำให้การและประชุมคดี โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมาย