บุรีรัมย์ ใช้มาตรการปิดบ้าน ห้ามขายเหล้า-เบียร์ งดงานบุญประเพณี หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 13 ราย
คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.บุรีรัมย์ ออกประกาศใช้มาตรการปิดบ้านผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัดจะต้องถูกกักตัวทั้งบ้าน 14 วัน ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดงานบุญ ประเพณี ยกเว้นงานศพแต่ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอและดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขเคร่งครัด หวังการระบาดโควิด 19 หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 เป็น 13 ราย
( 2 เม.ย.63) นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.บุรีรัมย์ ถึงมาตรการในการควบคุมป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยล่าสุดทางคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้มีมติเห็นชอบออกประกาศ เรื่อง “มาตรการปิดบ้านเพื่อหยุดการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในพื้นที่จังหวัด” หลังจากมีข้อมูลรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พบว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 13 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 10 ราย
โดยมาตรการปิดบ้านให้ดำเนินการ ระหว่างวันที่ 2 – 30 เม.ย. 2563 ตามประกาศ ดังนี้ 1. ผู้เดินทางจากต่างจังหวัดจะถูกกักกัน รวมทั้งกักกันคนในครอบครัว และผู้ร่วมอาศัยในครัวเรือนทุกคนเป็นเวลา 14 วัน 2. งดจำหน่าย จ่าย แจก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทในจังหวัดบุรีรัมย์ และ3. งดงานบุญ ประเพณี ทุกประเภท ยกเว้นงานศพ โดยต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอของท้องที่ที่จัดงานศพ และดำเนินการตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ (โทษสูงสุด จำคุก 1 ปี หรือปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) จึงได้ขอความร่วมมือประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัด และผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ให้ปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้หยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ
ด้าน นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 13 นั้นเป็นเพศหญิง อายุ 42 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด มีประวัติเสี่ยงเป็นผู้สัมผัสเชื้อใกล้กับผู้ป่วยรายที่ 8 ซึ่งเป็นพี่สาวที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในครั้งนี้เนื่องจากมีการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ ก่อนที่จะมีคำสั่งปิดหมู่บ้าน ต่อมาวันที่ 1 เม.ย. ได้เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อ ผลตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 19 และผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นรายแรกที่พบการติดเชื้อในชุมชน กับบุคคลที่ไม่ใช่คนในครอบครัว และไม่มีการแสดงอาการไข้ด้วย
จากกรณีดังกล่าว ทางสาธารณสุข และทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ก็จะได้ทำการสอบสวนค้นหาผู้เสี่ยงสัมผัสในหมู่บ้านเพิ่มเติม เพื่อเฝ้าสังเกตอาการและกักตัวตามมาตรการอย่างเข้มข้นต่อไป