รวบคนร้ายบุกขโมยทรัพย์สินร้านยายขายของชำ พบประวัติก่อเหตุอื้อ

ภูมิภาค4 ธ.ค. 2562 • 05:51 น.
รวบคนร้ายบุกขโมยทรัพย์สินร้านยายขายของชำ พบประวัติก่อเหตุอื้อ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ย.62 ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ประวิทย์ โทหา ผกก.สภ.บ้านเป็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายมานัส ตรงกลาง อายุ 51ปี อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ 12 ต.แร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ พร้อมของกลางเงินสด จำนวน 4,180 บาท สำเนาตั๋วจำนำ สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 30.4 กรัม จำนวน 1 ชิ้น, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น GT 125 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน, แหวนคล้ายทองคำ ลายมังกร หนักประมาณ 2 บาท จำนวน 1 วง, นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ RADO สีทอง จำนวน 1 เรือน, หมวกแก๊ป ไม่ทราบยี่ห้อ สีเทาเข้ม จำนวน 1 ใบ ,กระเป๋าสะพายยี่ห้อ BSC จำนวน 1 ใบ และหน้ากากอนามัยสีเขียว 1 อัน หลังก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านขายของชำ ของนางทองนาค โนนศรี อายุ 71 ปี ที่บ้านโนนรัง ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น และเงินสดจำนวน 37000 บาท ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชายอายุ 45-50 รูปร่างท้วม ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก รุ่นใหม่ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และผู้เสียหายได้นำภาพจากวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหนเที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ พ.ต.อ.ประวิทย์ กล่าวว่า หลังจากที่คนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านขายชำ ของนางทองนาค เจ้าหน้าท่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนแกะรอยคนร้ายจนกระทั่งพบเบาะแสคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาในหมู่บ้านใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ อีกทั้งมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามาด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงนำกำลังไปดักจับกุมตัวเอาไว้ได้ บนถนนสายบ้านหนองตาไก้- บ้านม่วงโป้ พร้อมของกลาง ที่ตรงกับหลักฐานที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ " จากการสอบสวน ผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าตัวเองนั้นติดการพนันมวยตู้ จนมีหนี้สินจำนวน และทะเลาะกับภรรยา จึงหนีออกจากบ้าน แต่ไม่มีเงินติดตัว จึงก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ในพื้นที สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 2 ครั้ง โดยล่าสุดก่อเหตุเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2562 ได้เงินสดประมาณกว่าสามหมื่นบาท และถูกผู้เสียหายแจ้งความจับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่างแดนดินได้รวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดสกลนครออกหมาจับผู้ต้องหารายนี้เช่นกัน และผู้ต้องหาได้หลบหนีมาที่ จ.ขอนแก่นและก่อเหตุซ้ำ" พ.ต.อ.ประวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเคยมีอาชีพเป็นกรรมการมวย ตามเวทีต่างๆ และชอบมวยตู้ ติดพนันมวยตู้ จนมีเรื่องทะเลาะกับภรรยา เพราะสร้างหนี้จากการเล่นการพนัน จึงหนีออกจากบ้านและก่อเหตุลักทรัพย์ที่อ.สว่างแดนดิน 2 ครั้ง จากนั้นหนีมาที่ขอนแก่น ซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง 1 คัน เพื่อขับขี่ตระเวนก่อเหตุ โดยอ้างว่าขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาเพื่อนที่บ้านโนนรัง ขณะเดินเข้าไปซื้อสินค้าในร้านของนางทองนาค เห็นกระเป๋าใส่เงินสดพร้อมสร้อยทอง จึงขโมยเอาและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยเอาเงินที่ได้จากการลักทรัพย์ไปเล่นพนันมวยตู้จนเกลี้ยง และเอาสร้อยคำทองคำไปจำนำที่ร้านทอง จนเงินใกล้จะหมด จึงขี่รถจักรยารยนต์ตระเวนหาเป้าหมายอีกครั้ง กระทั่งพลเมืองดีพบเห็นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุม เมื่อเจอตัวและของกลางทั้งหมด จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ และให้การรับสารภาพดังกล่าว ขณะที่นายมานัส ตรงกลาง อายุ 51ปี ผู้ต้องหา บอกว่า เป็นคนมีฐานะดี ที่สวนยาง มีไร่มันสำปะหลัง ครอบครัวมีพร้อมทุกอย่าง แต่ตัวเองติดการพนันมวยตู้ สร้างหนี้สินให้ครอบครัว จนเกิดเรื่องทะเลาะกับภรรยา ติดสินใจหนีออกจากบ้าน และก่อเหตุลักทรัพย์ชิงทรัพย์ในพื้นที่อ.สว่างแดนดิน 2 ครั้ง จริง ก่อจะหนีมาหาเพื่อนที่ขอนแก่น และมาก่อเหตุอีก1 ครั้ง กระทั่งถูกตำรวจ สภ.บ้านเป็ดจับได้ ยอมรับว่า ก่อเหตุทุกครั้งทำเพียงคนเดียว เพื่อหาเงินมาเล่นพนันมวยตู้ ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และให้คำมั่นว่าจะไม่ทำอีก อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนครก็ได้ทำการอายัดตัวผู้ต้องหาไว้แล้วเช่นกัน