อาแค้น! หลานเบี้ยวหนี้ ทวงถามกลับชวนทะเลาะ ปืนกระหน่ำยิงดับ 2 ศพ

ภูมิภาค26 เม.ย. 2563 • 17:10 น.
อาแค้น! หลานเบี้ยวหนี้ ทวงถามกลับชวนทะเลาะ ปืนกระหน่ำยิงดับ 2 ศพ
อาปืนโหด! กระหน่ำยิงหลานเขยและหลานสาวขณะอุ้มลูกดับคาปากซอยเข้าบ้าน ปมเหตุมาจากหลานเขยไม่ยอมใช้หนี้ แต่มีเงินต่อเติมบ้าน ก่อนก่อเหตุมาทวงหนี้จนทะเลาะกัน สุดท้ายจบปัญหาด้วยการยิงจนเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.63 ร.ต.ท.หญิง ธนพร สีมะกล่ำ รองสว.(สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 25 เม.ย. ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย และบาดเจ็บบริเวณปากซอยหรรษา ริมถนนสายเลียบชายคลองครัวต้นตาล หมู่ที่ 9 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ,พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ รองผบก. ,พ.ต.อ.โชติช่วง ภาณุทัต ผกก.สส.ภ.จ.ราชบุรี, พ.ต.อ.สมมาตร จันทรัตน์ ผกก.สภ.โพธาราม และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดปราบปราม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.ราชบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลโพธาราม และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างราชบุรี ที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยหรรษาพบศพ นายมนต์สงบ นาเครือ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 9 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม นอนลักษณะตะแคง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำ มีเลือดไหลนองพื้น ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าท้ายทอยทะลุลำคอ 1 นัด กระสุนเฉี่ยวหน้าอกเป็นแผล 1 นัด ต้นขาซ้ายด้านหลังทะลุ 2 นัด ตาตุ่มเท้าซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ยังพบมีดพกขนาดยาว 30 เซนติเมตร ตกอยู่ข้างท่อนแขนผู้ตาย ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกเกลื่อนพื้น 5 ปลอก สร้อยข้อมือสแตนเลสตกอยู่ 1 เส้น และรองเท้าแตะแบบสวม 1 คู่ ห่างออกไปประมาณ 80 เมตร พบกองเลือดอีก 2 กอง ทราบว่าเป็นรอยเลือดของ น.ส.นงลักษณ์ แก้วใส่เงิน อายุ 31 ปี ภรรยาของนายมนต์สงบผู้ตาย ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแล้ววิ่งไปล้มฟุบเพื่อนบ้านรีบนำส่งโรงพยาบาลโพธาราม แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ชันสูตรมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด ต้นแขนซ้าย 2 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายเชษฎ์ อายุ 49 ปี มีศักดิ์เป็นอาของน.ส.นงลักษณ์ และนายมนต์สงบเป็นหลานเขย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสื่อสารสกัดจับ และออกสืบสวนติดตาม แต่ยังไม่พบตัว สอบสวน นางแก้วกัณญา กันโพนงาม อายุ 59 ปี เป็นมารดาของน.ส.นงรักษ์ และแม่ยายของนายมนต์สงบ ผู้ตาย ให้การเบื้องต้นว่า ลูกเขยกับลูกสาวมีอาชีพเปิดร้านขายของชำอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร ช่วงตอนเที่ยงของเดียวกันนี้ นายเชษฎ์มือปืนที่ก่อเหตุ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสามีของตน ปัจจุบันไม่ค่อยอยู่ที่บ้าน จะไปๆมาๆ เพราะมีภรรยาอยู่ที่อื่น ได้กลับมาและทะเลาะกับนายมนต์สงบลูกเขยเรื่องที่ลูกเขยติดหนี้เขาอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรรุนแรง กระทั่งหัวค่ำขณะตนทำกับข้าวในครัวก็ได้ยินเสียงทะเลาะของทั้งคู่อีก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย ครู่เดียวตนได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด เสียงปืนเงียบลงก็ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเสียงดังว่าถูกยิงๆ ตนออกมาก็เห็นลูกสาววิ่งอุ้มหลานสาววัย 1 ขวบ มาล้มลง มีเลือดท่วมจึงตะโกนเรียกญาติๆ ให้มาช่วยกันนำลูกสาวส่งโรงพยาบาล และอุ้มหลานสาวที่ร้องร่ำไห้ไม่หยุด โชคดีไม่ถูกลูกหลงไปด้วย ส่วนนายเชษฎ์เห็นรีบขึ้นรถยนต์เก๋งขับออกไป อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ปมเหตุเพราะนายมนต์สงบเคยยืมเงินนายเชษฎ์มานานแล้วแต่ยังไม่ยอมใช้คืน เคยทะเลาะกันหลายครั้ง นายเชษฎ์ไม่พอใจว่านายมนต์สงบมีเงินต่อเติมบ้านแต่ทำไมไม่มีเงินใช้คืน จึงบาดหมางกันมาเรื่อย กระทั่งวันเกิดเหตุนายเชษฎ์กลับมาแล้วทวงเงินนายมนต์สงบแต่ก็ไม่ได้ จนหัวค่ำมีการทวงถามกันอีกและอาจมีการท้าทายขึ้น นายมนต์สงบจึงเดินออกจากบ้านไปริมถนนที่นายเชษฎ์จอดรถ โดยถือมีดติดมือไปด้วย และขณะเกิดเหตุน.ส.นงลักษณ์เมียนายมนต์สงบอุ้มลูกสาวเดินตามไปด้วยเพื่อห้ามปราม และมีลูกชายวัย 11 ปี อีกคนเดินตามห่างๆ แต่ทั้งคู่เคลียร์กันไม่ได้ นายเชษฎ์จึงชักอาวุธปืนที่พกมากระหน่ำยิงนายมนต์สงบจนล้มลงขาดใจตาย ระหว่างนั้นน.ส.นงลักษณ์เข้าห้ามปรามจึงถูกจ่อยิงขณะที่ในมือยังอุ้มลูกสาววัยขวบเศษอยู่ด้วย น.ส.นงลักษณ์ด้วยความตกใจกลัวจึงอุ้มลูกวิ่งหนีไปล้มฟุบและสิ้นใจตายตามสามีในเวลาต่อมาเป็นศพทื่ 2 ดังกล่าว