ไทยมุงนับร้อยรอดูทำแผนเหี้ยม!! ชิงทรัพย์แล้วฆ่าแม่อดีตนายกอบต.ทุ่งบุหลังวัย 68 ปี

ภูมิภาค28 ก.ค. 2562 • 13:39 น.
ไทยมุงนับร้อยรอดูทำแผนเหี้ยม!! ชิงทรัพย์แล้วฆ่าแม่อดีตนายกอบต.ทุ่งบุหลังวัย 68 ปี
ไทยมุงนับร้อยรอดูทำแผนเหี้ยม!! ชิงทรัพย์แล้วฆ่าแม่อดีตนายกอบต.ทุ่งบุหลังวัย 68 ปี คนก่อเหตุเป็นลูกหลานในหมู่บ้านที่เคยมาซื้อของชำผู้ตาย อ้างฉกเงินไปเพียง 500 บาทแล้วหลบหนี ขณะที่ญาติไม่เชื่อเงินเตรียมซื้อกะปิร่วมหมื่นบาทพร้อมสร้อยข้อมือ 1 บาทและโทรศัพท์มือถือก็หายไป บุตรรับแม่อยู่บ้านขายของเพียงลำพังนาน 3 ปี หลังไม่ยอมไปอยู่กับลูกหลาน วันที่ 28 ก.ค. 62 พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล , พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผกก.สภ.ทุ่ง หว้า , พ.ต.ท.ชาญวุฒิ รักษาพราหมณ์ รอง ผกก.ป , พ.ต.ท.มาโนช สุทธิรักษ์ สารวัตรสืบ , ร.ต.อ.กฤษฏา พฤษษะศรี รองสารวัตรสืบสวน สภ.ทุ่ง หว้า พร้อมกำลังหลายสิบนายเดินทางมายังบ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล หลังชาวบ้านหลายร้อยคนต่างพากันมามุ่งรอดูผู้ต้องหาที่ลงมือสังหารนางสำลี หนูหมาด อายุ 68 ปี เสียชีวิตคาที่ภายในบ้านพักซึ่งเป็นร้านค้าของชำ โดยมีบุตรมาพบกลายเป็นศพเช้าวันที่ 27 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา ท่ามกลางตำรวจนปพ.ตำรวจสภ.ทุ่งหว้า ฝ่ายปกครองหลายสิบนายคอยคุ้มกันหวั่นเหตุรุมประชาทันฑ์ผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ตายเป็นมารดาของอดีตนายกอบต.ทุ่งบุหลัง และอดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และรับราชการหลายค หลังผ่านไปเพียง 1 วันตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งหว้าสามารถจับกุมนายสมศักดิ์ หรือ นาฝี ตรีโกบ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันกับผู้ตายบ้านเกิดเหตุ ซึ่งมีพฤติกรรมลักทรัพย์และติดยาเสพติด จากการรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ จ.116/2562 ลงวันที่ 28 ก.ค.2562 ในฐานความผิด “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่ง เช่นนั้น เข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนง ให้เป็นทางเข้าโดยมีอาวุธ ในเคหสถาน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อการให้พ้น การจับกุม หรือที่เรียกสั้น ๆ คือ “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่น” หลังจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือทำให้นางสำลี ถึงแก่ความตายจริง โดยลักลอบเข้าไปทางประตูหลังบ้านกลางดึกโดยถอดกลอนประตู เพื่อเข้ามาลักทรัพย์ แต่นางสำลีเข้ามาพบเห็นเหตุการณ์เสียก่อน และพยามเข้ามาจับตัวคนร้าย คนร้ายจึงใช้ของแข็งเป็นเหล็กแป๊บเป็นอาวุธทำร้ายด้วยการตีที่แขนและศรีษะจากห้องหลังบ้านก่อนตามมาตีต่อบนที่นอนหน้าบ้านแบบไม่ยั้งจนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนร้ายได้เข้าไปรื้อเงินหลังบ้านในกระปุกเงินถอนอ้างว่าได้เงินไปเพียง 500 บาท ก่อนหลบหนีไปกับรถซาเล้งทางหลังบ้านจนมาถูกจับได้ในที่สุด นางมานัน จิตหลัง อายุ 66 ปี เพื่อนนางสำลี ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดสะเทือนใจตนมากเพราะเพิ่งพูดคุยกับนางสำลีเล่าให้ฟังว่า เพิ่งเอาเงินมาทยอยจ่ายค่ากะปิ ให้กับลูกค้าที่สั่งมาขายเป็นร้อยกิโลกรัมเงินก็น่าจะมีในตัวประมาณหมื่นกว่าบาท อีกทั้งผู้ตายยังมีสร้อยข้อมือ 1 เส้นประมาณ 1 บาทได้หายไปด้วย โดยปกตินางสำลีผู้ตายเป็นคนใจดีอยู่ร้านค้าเพียงลำพังมานานหลายปี เคยบอกว่าให้ย้ายไปอยู่กับลูกหลานซึ่งทำงานต่างอำเภอเพื่อให้เขาดูแลก็ไม่ยอมไป บอกแค่เพียงว่าอยากอยู่ที่บ้านหลังนี้ยังมีเหลียวแลอยากขายของ แต่ลูก ๆหลานก็หมุนเวียนกันมาดูแลตลอด และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้ว่านางสำลีมีเงินมากพอก่อนลงมือก่อเหตุ ขณะที่บุตรชายผู้ตาย นายประชา หนูหมาด อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นผอ.รพ.สต.บ้านเขาแดง ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า บอกว่า นาทีแรกที่เข้ามาพบแม่ หลังเรียกแล้วไม่ตอบจึงได้พังประตูเข้ามาในบ้านเห็นแม่นอนหงายเลือดไหลออกทางจมูก และหู บนที่นอนนาทีแรกคิดว่าแม่เส้นเลือดแตกจึงช่วยกันนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาอิสลาม แต่พอมาดูใกล้ๆพบว่าไม่ใช้เสียชีวิตธรรมดาแล้วหลังพบบาดแผนที่ศีรษะ ข้างหู และแขนตามลำตาม ยิ่งทำให้ตกใจและไม่คาดคิดว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายแม่แต่อย่างใด บุตรชายผู้ตายเล่าด้วยว่า ทันทีที่ทราบว่าตำรวจจับตัวคนร้ายได้และเป็นคนในหมู่บ้านยิ่งทำตนหดหู่ใจเพราะคนที่จับได้เคยเห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ มาซื้อบ้านแม่ประจำ อยากรู้ว่าใจทำด้วยอะไร ทำไม่ต้องทำกับแม่ตนถึงขนาดนี้ อยากได้เงินขอแม่ดี ๆก็ได้ ไม่น่าจะทำกันขนาดนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับเป็นเหตุสะเทือนขวัญคนในหมู่บ้านเพราะยาเสพติดที่มอมเมา และอยากจะฝากถึงคนที่ไม่มีเวลาอยู่กับแม่หรือผู้ใหญ่ในครอบครัว หาเวลาให้เวลาพวกเขามากกว่านี้ เพราะสิ่งที่เราไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นกับคนที่เรารักได้ อย่างไม่มีโอกาสได้แก้ตัวหรือเรียกกลับมา สำหรับนางสำลี อาศัยอยู่ที่บ้านร้านค้าของชำเพียงลำพังมานานร่วม 3 ปี โดยลูกหลานชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ยอมไป โดยบอกว่าอยากขายของ อยากอยู่ที่บ้านนี้มีความสุขดี และอยู่ได้แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น